fbpx

7 วิตามินที่ต้องมีในอาหารเสริมบำรุงผม [ วิตามินบำรุงผม ]

หลายคนที่มีปัญหาผมร่วงเยอะ ผมบอบบางอ่อนแอ มีข้อสงสัยถามหมอตลอดว่าควรซื้อวิตามินบำรุงผมชนิดไหนมาดูแลผมของเราดี เพราะในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก บทความนี้หมอจะมาพูดถึง “7 วิตามินที่ต้องมีในอาหารเสริมบำรุงผม” ที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผมนะคะ

  1. Zinc

ช่วยในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์รากผม

  1. Biotin (vitamin B7)

ช่วยสร้างชั้นผิวเคอราตินให้เส้นผม ทำให้ผมดูเงางาม เส้นอวบขึ้น

  1. Iron

วงจรของรากผมจะเป็นปกติ และเส้นผมจะเจริญได้ดีนั้น ร่างกายต้องมีระดับธาตุเหล็กในร่างกาย(Ferritin level)อย่างน้อย 70 ug/ml หากต่ำกว่านี้จะทำให้ผมร่วงได้

  1. Silicon

กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง

  1. Selenium

กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant

  1. Vitamin A

กระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant

แต่กรณีรับประทานวิตามินเอในปริมาณสูงเกินไปจะมีผลทำให้ผมร่วงได้

  1. Vitamin C

มีฤทธิ์ antioxidant และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

วิตามิน

 

ปกติวิตามินเหล่านี้ มีอยู่ในอาหารที่เรารับประทานทุกวัน แต่กรณีบางคนมีปัญหาผมและไม่แน่ใจว่ารับประทานอาหารได้ครบถ้วนหรือไม่ การรับประทานอาหารเสริมในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ก็สามารถช่วยได้ ดังนั้นหากท่านใดกำลังมองหาวิตามินอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงเรื่องเส้นผม หมอแนะนำให้อ่านฉลากดูว่ามีส่วนผสมของวิตามินเหล่านี้หรือไม่ค่ะ แนะนำหายี่ห้อที่มีส่วนประกอบที่ค่อนข้างครบในเม็ดเดียว จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อหลายๆขวดมาทาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดควบคู่ด้วยนะคะ

 

แนะนำ : วิตามินบำรุงผม Fallicare plus

วิตามินบำรุงผม

Facebook : Follicare ผลิตภัณฑ์สำหรับผมร่วง ผมบาง

สาเหตุผมร่วง กับหลากหลายวิธีการรักษา

ผมร่วงหนักมากทำไงดี!!อยากให้คุณหมอช่วยบอก”สาเหตุผมร่วง”ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง และมีวิธีการรักษาอย่างไร?

หมอเชื่อว่า ทุกคนต้องเคยมีปัญหาผมร่วง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่เดินไปที่ไหน ทุกซอกทุกมุมของห้องก็เต็มไปด้วยเส้นผม ผมร่วงสะสมทุกวันจนท่อระบายน้ำตัน ผมร่วงเยอะจนเก็บไปฝัน ร่วงหนักจนนึกว่าเป็นมะเร็ง!!! วันนี้หมอมีหลากหลายวิธีการรักษามาแนะนำกันคะ ^^

ก่อนอื่นต้องแยกก่อนว่า ผมร่วงแบบไหนถือว่าผิดปกติ

  • ผมร่วงปกติ : ปกติผมคนเราต้องร่วงทุกวัน เพราะบนหัวเรามีผมระยะหลุดร่วงอยู่ประมาณ 10 % ดังนั้นใน 1วัน หากร่วงไม่เกินวันละ 50-100 เส้น ถือว่าปกตินะคะ ส่วนวันที่สระผมอาจร่วงได้ถึง 2 เท่าเลยค่ะ
  • ผมร่วงผิดปกติ: คือผมร่วงที่มากเกิน 100 เส้นในวันที่ไม่สระผม และเกิน 200 เส้นในวันที่สระผม

สาเหตุผมร่วง

สาเหตุผมร่วงผมบางที่พบได้บ่อย

  • ผมร่วงผมบางศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์

พบได้ในคนที่มีกรรมพันธุ์ผมบาง เกิดได้ทั้งชายและหญิง โดยผมจะค่อยๆร่วงร่วมกับเกิดภาวะผมบางศีรษะล้านตามรูปแบบกรรมพันธุ์  เพศชายจะล้านบริเวณง่ามผมและบริเวณกลางหนังศีรษะ ส่วนเพศหญิงจะบางบริเวณแสก รอยแสกจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มียารักษาที่ช่วยชะลอให้ตัวโรคดำเนินช้าลงได้ โรคนี้หมอแนะนำให้รีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะคงสภาพเส้นผมให้อยู่นานที่สุด

หลายคนที่มีปัญหาผมบางกรรมพันธุ์ มักเข้าใจผิดว่าเกิดจาก ภาวะเครียดสะสม หรือการใส่หมวกนานๆ ซึ่งจริงๆแล้ว การใส่หมวกนานๆจะทำให้ผมร่วงได้ก็ต่อเมื่อ มีการสะสมของความอับชื้นจนทำให้เกิดการติดเชื้อรา ถึงจะส่งผลให้เกิดผมร่วงได้ ส่วนความเครียดส่งผลให้ผมร่วงได้บ้าง แต่ไม่มีส่วนทำให้เกิดภาวะศีรษะล้าน

 

  • ผมร่วงจากการแพ้แชมพูเซรั่ม แพ้สารเคมีในการย้อมผม ดัดผม ยืดผม

เกิดจากการแพ้สารประกอบในผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น สารก่อฟอง สารกันเสีย สารให้ความลื่นของเส้นผม น้ำหอม สารเคมีที่ใช้ในการกัดสี ดัด ยืดผม ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขนและก่อการระคายเคือง ส่งผลให้มีปัญหาสิว หนังศีรษะอักเสบ และผมร่วงตามมาได้  ในรายที่มีการแพ้รุนแรงจะมีอาการแสบร้อน มีตุ่มน้ำใสและหนังศีรษะลอกร่วมด้วย เมื่อหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ อาการจะดีขึ้นเอง

 

  • ผมร่วงจากโรคประจำตัว

โรคทางกายบางอย่างสามารถส่งผลให้เกิดผมร่วงร่วมได้ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง ภาวะขาดธาตุเหล็ก โรคซิฟิลิส โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคถุงน้ำรังไข่Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) แนะนำพบแพทย์เพื่อซักประวัติและเจาะเลือดหาสาเหตุในรายที่มีอาการเข้าได้กับแต่ละโรค

 

  • ผมร่วงจากการใช้ยาบางชนิด

การรับประทานยาบางชนิดต่อเนื่อง ทำให้เกิดผมร่วงได้ ยกตัวอย่างยาที่ทำให้ผมร่วงได้บ่อยคือ ยารักษาสิว ยารักษาโรคทางจิตเวช ยารักษาโรคลมชักเป็นต้น

 

  • ผมร่วงจากการลดน้ำหนัก/รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่/ขาดธาตุเหล็ก

การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือการรับประทานอาหารมังสวิรัติ อาหารคีโต เป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้ เนื่องจากร่างกายขาดสารอาหารบางประเภท ทำให้วงจรของผมร่วงผิดปกติ

การขาดธาตุเหล็กส่งผลทำให้ผมร่วงผิดปกติ เนื่องจากธาตุเหล็กมีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ประวัติที่ทำให้สงสัยว่ามีปัญหาขาดธาตุเหล็ก ได้แก่ ประวัติประจำเดือนมามากทุกเดือน ไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ทานเครื่องในสัตว์ หรือประวัติบริจาคโลหิตเป็นประจำแต่ไม่ทานธาตุเหล็กเสริม(ลิงค์เข้า บทความผมร่วงจากการขาดธาตุเหล็ก)

 

  • ผมร่วงหลังคลอด ผมร่วงจากการเจ็บป่วย ผมร่วงจากความเครียด

เรียกภาวะนี้ว่า Telogen effluvium เกิดจากภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างรุนแรง เช่น การคลอดบุตรการเสียเลือดปริมาณมาก ไข้เลือดออก ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ภาวะเครียดรุนแรง ส่งผลให้วงจรผมที่เป็นระยะเติบโตกลายเป็นระยะหลุดร่วง พอผ่านไป 3 เดือน ผมระยะหลุดร่วงจะหมดอายุขัยแล้วหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะนั่นเอง ซึ่งจะร่วงได้ถึงวันละ 150-700 เส้น ดังนั้นหากใครผมร่วงหนักมาก แล้วย้อนไป 3 เดือนที่แล้วมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ก็จะเป็นภาวะนี้นั่นเองค่ะ

 

  • ผมร่วงจากการโรคผิวหนัง

โรคผิวหนังบริเวณหนังศีรษะที่ทำให้เกิดผมร่วง ยกตัวอย่างเช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ, โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม, โรคผมร่วงเป็นหย่อม,โรคผมร่วงจากการอักเสบFrontal Fibrosis Alopecia,โรคลูปัส(DLE)

 

วิธีการรักษาผมร่วง ผมบาง

วิธีการรักษาผมร่วง มุ่งเน้นรักษาตามสาเหตุ ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์เพือหาสาเหตุผมร่วงทีแท้จริง โดยปัจจุบันการรักษาโรคผมร่วง ผมบางนั้นมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย ดังนี้

 

สาเหตุผมร่วง

 

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วง แต่ยังไม่มีปัญหาผมบาง โดยปกติเส้นผมต้องการสารอาหารที่ช่วยให้วงจรการงอกของเส้นผมเป็นไปอย่างปกติ ดังนี้

  • Zincช่วยในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์รากผม
  • Biotinช่วยสร้างชั้นผิวเคอราตินให้เส้นผม ทำให้ผมดูเงางาม เส้นอวบขึ้น
  • Iron วงจรของรากผมจะเป็นปกติ และเส้นผมจะเจริญได้ดีนั้น ร่างกายต้องมีระดับธาตุเหล็กในร่างกาย(Ferritin level)อย่างน้อย 70 ug/ml หากต่ำกว่านี้จะทำให้ผมร่วงได้
  • Siliconกระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง
  • Seleniumกระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant
  • Vitamin Aกระตุ้นการเติบโตของเส้นผมและช่วยให้เส้นผมแข็งแรง มีฤทธิ์ antioxidant แต่ถ้ารับประทานวิตามินเอปริมาณสูงจะมีผลทำให้ผมร่วงได้
  • Vitamin Cมีฤทธิ์ antioxidant และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

ดังนั้นใครที่มีปัญหาผมร่วง แนะนำทานอาหารให้ครบ5หมู่และเน้นเสริมอาหารที่มีแร่ธาตุตามที่กล่าวไปข้างต้น หรือใช้การรับประทานวิตามินเสริมก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ แต่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร

 

  • รักษาผมร่วงด้วยการทายา

เหมาะสำหรับผมร่วงร่วมกับมีปัญหาผมบางระยะเริ่มต้นโดยยาทาที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยให้เส้นผมงอกได้คือ ไมนอกซิดิลซึ่งมีความเข้มข้น2-5%นอกจากนั้นยังมีสารสกัดรูปแบบทาอื่นๆที่ช่วยให้เส้นผมงอกได้ เช่น ฟิแนสเทอไรด์, Capixyl , Biothymus-M,Saw palmetto

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดมากมายที่โฆษณาว่าช่วยลดผมร่วงได้ หมอแนะนำให้ตรวจสอบสารประกอบและเชคเลข อย. เสมอ เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้

 

  • รักษาผมร่วงด้วยการรับประทานยา

ยารับประทานสำหรับรักษาผมร่วงผมบางมีหลากหลายชนิด ขึ้นกับสาเหตุตัวโรค ต้องอาศัยการตรวจร่างกายและได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน หลายคนซื้อยาปลูกผมตามอินเตอร์เน็ตมารับประทานเอง ซึ่งมักจะโฆษณาว่า “ยาปลูกผมเห็นผลภายใน…เดือน” แต่กลับไม่มีชื่อยาใดๆกำกับอยู่ ซึ่งหมอขอแนะนำว่าการรับประทานยาใดๆ ผู้ที่ทานจำเป็นต้องทราบชื่อยา เนื่องจากหากมีผลข้างเคียงหรือมีอาการแพ้ยาจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และที่พบบ่อยคือการซื้อยาตามคำแนะนำของคนรู้จัก โดยไม่เคยไปพบแพทย์เลย ซึ่งแบบนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะการรับประทานยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

 

ปัจจุบันมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าการใช้โกรทแฟคเตอร์ที่สกัดมาจากเลือดสามารถช่วยฟื้นฟูรากผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดผมร่วงได้ แนะนำใช้ควบคู่กับการรักษาตามมาตรฐาน เหมาะกับรายที่มีปัญหาผมร่วงผมบางที่ยังไม่มีศีรษะล้าน

 

แสงเลเซอร์ความถี่ต่ำLow level laser therapy เหมาะกับรายที่มีปัญหาผมร่วงผมบางที่ยังไม่มีศีรษะล้าน โดยกลไกการทำงานคือ แสงเลเซอร์จะปลดปล่อยพลังงานที่จำเพาะกับรากผม ทำให้กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้รากผมแข็งแรง ลดผมร่วง และช่วยรักษาภาวะผมบางได้ โดยปัจจุบันมีการผลิตหมวกเลเซอร์ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยแนะนำทำ 3 ครั้ง/สัปดาห์

 

การปลูกผมเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนปิดไปแล้ว หรือที่เรียกว่าศีรษะล้านนั้นเอง โดยการปลูกผมมี 2 วิธีหลักๆคือ FUT  และ FUE

  • Follicular unit transplantation (FUT) เป็นการผ่าตัดเอาหนังศีรษะด้านหลังออกมาเป็นแถบ และใช้กล้องจุลทรรศน์ตัดแบ่งรากผมให้เป็นกอ แผลเป็นจะมีลักษณะแถบยาว
  • Follicular unit extraction (FUE) เป็นการย้ายรากผมโดยใช้หัวเจาะขนาดเล็ก เจาะรากผมบริเวณท้ายทอยและดึงออกมาทีละกอโดยไม่มีการผ่าตัด แผลเป็นจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆกระจายทั่วหนังศีรษะ หากไว้ผมยาวก็จะมองไม่เห็นแผลเป็นดังกล่าว

คลินิกเวชกรรมเกศา ใช้การปลูกผมวิธี Follicular unit extraction (FUE) โดยมีเทคนิคพิเศษเฉพาะของทางคลินิก คือ Triple N Technique ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการปลูกผมธรรมชาติ“ปลูกแน่น เน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ แผลเล็ก ฟื้นตัวไว”

  • ปลูกแน่น หมายถึง ปลูกถี่แน่นสวย เพราะใช้ความหนาแน่นสูงสุด 60 กราฟ/ตร.ซม.
  • เน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ มีทีมแพทย์ออกแบบ Hair line โดยให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ออกมาดูธรรมชาติ เข้ากับโครงหน้า และอายุของคนไข้ พร้อมตกแต่งกราฟก่อนปลูกทุกต้น
  • แผลเล็ก ฟื้นตัวไว เนื่องจาก ใช้หัวเจาะรากผมขนาดเล็ก 0.6-08 mm ทำให้แผลหายไว ฟื้นตัวเร็วภายใน 3 วันและหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์

หลายคนมักกลัวการปลูกผม เพราะกลัวว่าจะเจ็บ แต่จริงๆแล้วการปลูกผม จะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะขั้นตอนการฉีดยาชาเท่านั้น หลังจากยาชาออกฤทธิ์ก็จะไม่มีความรู้สึกแล้ว และหลายคนยังมีความสงสัยว่าปลูกผมแล้วผมจะขึ้นถาวรจริงๆหรือ?หมอขอตอบว่า ผมที่ย้ายมาจะอยู่ถาวร มีการร่วงและงอกใหม่ตามวงจรผมปกติ ส่วนอัตราการรอดของรากผมที่ย้ายมาทางคลินิกรับประกันอยู่ที่ 90-95% โดยอัตราการรอดของกราฟจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ความชำนาญของแพทย์ทั้งในขั้นตอนการเจาะรากผมและขั้นตอนการปลูกผม รวมไปถึงการดูแลหลังปลูกด้วย

ในคนที่ผมบางมากจนเกิดพื้นที่ล้านและมีข้อจำกัดในการปลูกผม ทางเลือกอื่นๆที่สามารถช่วยได้คือ การสักอณูไรผมบริเวณที่มีปัญหาศีรษะล้าน โดยการสักอรูไรผมจะมีการสักสีลงบนหนังศีรษะเป็นจุดๆเลียนแบบตอผม ซึ่งทำให้เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตให้คนไข้ได้

 

กรณีไม่สามารถรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ อีกทางเลือกที่สามารถใช้ได้คือ การสวมวิกและแฮร์พีช

 

สุดท้ายอยากฝากให้ทุกคนที่ไม่ไมทราบสาเหตุผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนะคะ เพื่อที่จะได้รับการรักษาให้ตรงกับสาเหตุ และควรรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆเพราะหากปล่อยไว้ อนาคตจะมีโอกาสที่เป็นมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีทางเลือกในการรักษาน้อยลง