ปลูกผมถาวร NNN เทคนิคเฉพาะที่เกศา

คือกระบวนการปลูกผมโดยการเจาะรากผมด้านหลังทีละกอ เพื่อย้ายมาปลูกบริเวณทีต้องการ (Follicular unit extraction) โดยมีรายละเอียดตั้งแต่กระบวนการออกแบบไรผม,ขั้นตอนการเจาะรากผมและขั้นตอนการปลูกผม ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์โดดเด่นตาม KESA Style 

โดยคลินิกเวชกรรมเกศา มีเทคนิคการปลูกผม 2 แบบ คือ FUE และ TRIPLE N  โดยแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาของคนไข้จะทำให้ทราบว่าเหมาะกับการปลูกผมเทคนิคใด

Triple N  คือชื่อเทคนิคที่ทีมแพทย์เกศาคิดค้นขึ้นมาโดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ 3 ด้านดังนี้

N : Natural

  • ออกแบบ Hairline อิงตามธรรมชาติ 

ขั้นตอนการออกแบบ Hairline ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะ ทรงผมนี้จะอยู่กับคนไข้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นการออกแบบทรงผมจึงต้องยึดหลักความธรรมชาติ เหมาะกับเพศ อายุ โครงหน้าของคนไข้ และระดับความรุนแรงของภาวะศีรษะล้าน

โดยเทคนิค TRIPLE N ทีมแพทย์จะมีการออกแบบทรงผมเป็นลักษณะ Irregular hair line เพื่อให้ผมที่งอกออกมาไม่ตรงจนเกินไป เพราะจะดูไม่ธรรมชาติ และมีการวัดอัตราส่วนของใบหน้า และประเมินว่าอายุระดับใดควรไว้ทรงผมแบบใด โดยรูปทรงของ hair line ในเพศชายและเพศหญิงจะมีความแตกต่างกัน และในคนที่มีระยะศีรษะล้านที่ต่างกัน แพทย์ก็จะออกแบบทรงผมที่แตกต่างกันอีกด้วย

 

  • ทิศทางและเรียงลำดับกราฟเลียนแบบธรรมชาติ 

การวางทิศทางของรากผมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากวางทิศทางผิด เส้นผมที่งอกออกมาก็จะงอกออกมาผิดทิศ ทำให้ยากต่อการจัดทรงและมีผลต่อภาพลักษณ์อีกด้วย โดยการวางทิศทางรากผมต้องอิงไปกับหลักทฤษฎี และในเพศชายและเพศหญิงก็มีการวางทิศทางที่แตกต่างกัน    

ปกติแล้วไรผมธรรมชาติของมนุษย์ แถวแรกจะเป็นผมเส้นเดี่ยวทั้งหมด และเมื่อลึกเข้ามาจะเป็นผมที่มีกอมากขึ้นคือ 2,3,4 ตามลำดับ ดังนั้นการปลูกผมก็ควรต้องเลียนแบบกฎดังกล่าวด้วย จึงจะส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูธรรมชาติที่สุด การที่นำกราฟด้านหลังที่เป็นกอใหญ่ เช่น 2-4 hair มาปลูกบริเวณด้านหน้าเลย จะทำให้เกิดลักษณะกระจุกผมคล้ายวิก (Hair plug) นั่นเอง

 

  • ใช้ความหน่าแน่นสูงเทียบความหนาแน่นธรรมชาติ

โดยปกติความหนาแน่นมาตรฐานการปลูกผมจะอยู่ที่ 40 กราฟ/ตร.ซม. เทคนิค TRIPLE N จะใช้ความหนาแน่นสูงสุด 60 กราฟ/ตร.ซม. ซึ่งเป็นความหนาแน่นที่สูงกว่ามาตรฐาน จึงเหมาะกับคนไข้กลุ่มที่มีผมเดิมค่อนข้างหนา ผมที่ปลูกจึงมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับผมปกติ ทำให้ปลูกออกมาแล้วดูธรรมชาติ แยกไม่ออกว่าปลูกผมมา กรณีใช้ความหนาแน่นต่ำในคนที่ผมเดิมหนา จะทำให้เกิดcontrast ระหว่างผมที่ปลูกกับผมเดิม และต้องมาปลูกซ้ำเพื่อเพิ่มความหนาแน่นอีกรอบ แต่ในคนไข้บางรายที่ผมเดิมค่อนข้างบาง อาจใช้ความหนาแน่นที่น้อยกว่านี้ และแพทย์ต้องพิจารณาปริมาณผมด้านหลังอีกด้วย หากคนไข้ผมด้านหลังเหลือน้อย ก็อาจใช้ความหนาแน่นที่น้อยลงขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

N : Nano-Graft

การตกแต่งกราฟ เป็นอีก 1 ขั้นตอนสำคัญในกระบวนการปลูกผมด้วยเทคนิค TRIPLE N

กราฟทุกตัวที่ได้มาจากด้านหลังจะถูกนำมาตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออก (Graft trimming) ทำให้กราฟตัวเล็กพอดี ส่งผลให้ขนาดแผลด้านหน้ามีขนาดเล็กและบอบช้ำน้อย และการที่กราฟมีขนาดเล็กพอเหมาะจะทำให้สามารถปลูกชิดกันได้มากขึ้นอีกด้วย

อีกเหตุผลสำคัญที่เราตกแต่งกราฟคือ เพื่อแยกกราฟต้นเดี่ยวออกมา (Graft splitting) ให้ได้จำนวน 1 hairตามที่ต้องการแล้วนำไปปลูกบริเวณไรผมด้านหน้า เพื่อเลียนแบบไรผมให้ดูธรรมชาติมากที่สุด ไม่เช่นนั้นการที่นำกราฟด้านหลังที่เป็นกอใหญ่ เช่น 2-4 hair มาปลูกบริเวณด้านหน้าเลย จะทำให้เกิดลักษณะกระจุกผมคล้ายวิก (Hair plug)  

และประโยชน์อีกข้อของการตกแต่งกราฟคือ ในกรณีคนไข้ที่มีผมด้านหลังไม่เพียงพอกับพื้นที่ปลูก การแยกกราฟจะช่วยเพิ่มจำนวนกราฟให้เพียงพอกับบริเวณที่ต้องการได้ 

N : Non-invasive

ขนาดหัวเจาะที่ใช้เจาะรากผมด้านหลัง เป็นขนาดเล็กพิเศษ 0.6-0.8 mm ทำให้แผลด้านหลังมีขนาดเล็ก บอบช้ำน้อย และฟื้นตัวไว โดยเฉลี่ยประมาณวันที่ 3 หลังปลูกผม แผลด้านหลังจะเริ่มปิด และหายสนิทที่ 1 สัปดาห์  ทำให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ปกติในเวลาอันรวดเร็ว

ดังนั้น เทคนิค TRIPLE N ตามที่อธิบายมาข้างต้น จึงเหมาะกับ

  1. คนไข้ที่ต้องการปลูกผมปรับกรอบหน้า ซึ่งต้องอาศัยการสร้างไรผมใหม่ทั้งหมด ทำให้ความธรรมชาติของไรผมเป็นสิ่งที่สำคัญ 
  2. คนไข้ที่มีผมเดิมค่อนข้างหนา แพทย์จะแนะนำให้ใช้ความหนาแน่นที่สูง เพื่อป้องกันการเกิด contrast 
  3. คนไข้ที่ต้องการความธรรมชาติของไรผม เช่นในผู้หญิง ที่ธรรมชาติไรผมจะต้องมีขนาดเล็ก และในผู้ชายที่ชอบเซ็ทผม ซึ่งจะทำให้เห็นไรผมชัด
  4. ผมด้านหลังมีไม่พอ ต้องใช้การตกแต่งกราฟเพิ่มจำนวนให้เพียงพอกับพื้นที่