fbpx

6 พฤติกรรมต้องห้าม ยิ่งทำยิ่งหัวล้าน หากผมบางหนักมากๆ ให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนผมจะหมดหัวนะค

6 พฤติกรรมต้องห้าม ยิ่งทำยิ่งหัวล้าน หากผมบางหนักมากๆ ให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนผมจะหมดหัวนะค

คลินิกมีมาตรการ การคัดกรองคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์ค่ะ

คลินิกมีมาตรการ การคัดกรองคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์ค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง DHI และ FUE ?

การปลูกผมสวยธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์แต่ละคลินิก สำหรับเทคนิคที่คนไข้ของเรานิยมมากที่สุด เป็นเทคนิค DHI ผลงานสวย ถี่ แน่น ธรรมชาติ รับประกันผลงาน สวยคุ้มกับเงินที่ลงทุน ลงแรงเจ็บตัวค่ะ

ใครบ้างที่สามารถปลูกผมได้?

ผมล้านในแต่ละบุคคลแตกต่างกัน จำนวนกราฟจึงขึ้นอยู่กับความบางมากน้อย ต้องเข้ามาให้แพทย์วัดแฮร์ไลน์เพื่อให้เหมาะสมกับหน้าของแต่ละค 

ข้อแตกต่างระหว่างการปลูกผมด้วย FUT และ FUT เทคนิค !

การปลูกผมในปัจจุบันมีหลายเทคนิค แต่เทคนิคที่นิยมกันมากสุดจะเป็นเทคนิค FUE และ DHI ข้อดีของ 2เทคนิคนี้คือ การไม่ต้องผ่าตัด และพักฟื้นหายเร็วว่าเทคนิค FUT 

ก่อนปลูกผมต้องตรวจค่าเลือด อะไรบ้าง ?

ก่อนปลูกผมคุณหมอจะตรวจ สุขภาพผม รากผม และหนังศีรษะ และยังต้องตรวจค่าเลือดก่อนปลูกผม  

ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยจากภาวะแทรกซ้อนของการทำหัตถการ และความปลอดภัยของทีมแพทย์พยาบาลอีกด้วย 

🔆Tips!! คุณหมอมาแนะนำวิธีการเลือกคลินิกก่อนตัดสินใจปลูกผม หากไม่อยากต้องปลูกซ่อม พิจารณาตามนี้ค่ะ

🔆Tips!! คุณหมอมาแนะนำวิธีการเลือกคลินิกก่อนตัดสินใจปลูกผม หากไม่อยากต้องปลูกซ่อม พิจารณาตามนี้ค่ะ 

✙ ดูผลงานรีวิวรูปและคลิป จากคนไข้ที่มาใช้บริการจริง
✙ รูปรีวิว ซูมแล้วต้องเห็นความถี่ของเส้นผมชัดเจน
✙ พิจารณาความหนาแน่นของกราฟที่คุณหมอคำนวณ เช่น 40/50/60 กราฟ/ตร.ซม.
✙ ทิศทางของกราฟและการเรียงตัวของกราฟแต่ละแถวควรดูเป็นธรรมชาติ
✙ แพทย์ให้คำปรึกษาออกแบบแฮร์ไลน์และวางแผนการรักษาระยะยาวด้วยตัวเอง **แพทย์เราใช้เวลาคุยกับคนไข้อย่างน้อย 30-60นาที
✙ แพทย์ให้คำปรึกษาด้วยตัวเอง ไม่โยนให้ฝ่ายขายคุย
✙ สถานที่ต้องสะอาด ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
✙ สำคัญสุด คือราคาสมเหตุสมผล เพราะการปลูกผมคือหัตถการทางการแพทย์ที่เป็นงานฝีมือ ใช้เวลา 8-12 ชม ดังนั้น หากคนไข้เน้นแค่ราคาถูก อาจได้ผลงานที่ไม่มีคุณภาพ และสุดท้ายต้องปลูกซ่อมอีกรอบ……คำว่าถูกและดี ไม่มีอยู่จริงนะคะ

ทำไมปลูกผมเสร็จแล้วต้องกินยาต่อเนื่อง… ไม่กินได้มั๊ย?!

#ทำไมปลูกผมเสร็จแล้วต้องกินยาต่อเนื่อง… ไม่กินได้มั๊ย?! 

บางคนเข้าใจผิดว่า การปลูกผมคือการจบปัญหาผมบางศีรษะล้าน แต่จริงๆแล้วในคนไข้ที่ผมบางจากกรรมพันธุ์
ผมจะร่วงและล้านไปเรื่อยๆตามรูปแบบ เถิกเป็นง่ามตัว M ผมบางบริเวณกลางศีรษะ หัวล้านทั้งศีรษะยกเว้นผมด้านหลัง
การปลูกผมเป็นเพียงการเติมให้บริเวณที่ล้าน หรือไม่มีรากขนแล้วให้กลับมามีผมอีกครั้ง ผมที่ย้ายมาจากด้านหลัง จะไม่ล้านตามอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ DHT
เนื่องจากรากผมที่ย้ายมาไม่มีตัวรับฮอร์โมน DHT ดังนั้นผมที่ปลูกก็จะอยู่กับเราตลอดไป
แต่ผมบริเวณที่เราไม่ได้ปลูกก็จะยังคงหลุดร่วงและบางลงตามอิทธิพลของฮอร์โมน จนสุดท้ายรูขุมขนก็ปิดจนเกิดพื้นที่ล้านบริเวณใหม่ การที่จะตามไปปลูกผมเรื่อยๆ หลายๆรอบคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรากผมด้านหลังมีจำนวนจำกัด
ดังนั้นหลังปลูกผม คุณหมอจึงแนะนำรับประทานยา ร่วมกับทายา เพื่อบำรุงรักษาให้ผมส่วนที่ไม่ได้ปลูกอยู่กับเราไปตลอด จะได้ไม่ต้องปลูกซ้ำในอนาคตค่ะ
แต่มีบางกรณีที่ปลูกผมเสร็จแล้วไม่จำเป็นต้องกินยา ยกตัวอย่างเช่น ปลูกผมเพื่อปรับกรอบหน้าในผู้หญิง/ผู้ชาย ที่ไม่ได้มีปัญหาผมบางศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ค่ะ

ข้อห้ามในการรักษาด้วย PRP 

#ข้อห้ามในการรักษาด้วย PRP 

– ผู้ป่วยโรคมะเร็งระบบโลหิตและน้ำเหลือง
– ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด และความผิดปกติของเกล็ดเลือด เกล็ดเลือดต่ำ
– ผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
– มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ ติดเชื้อรุนแรง
– ผู้ที่มีโรคทางภูมิคุ้มกันต่อตนเอง (Autoimmune)
– ผู้ป่วยที่ทานยาละลายลิ่มเลือด
– สตรีมีครรภ์ หรือ คุณแม่ที่ต้องให้นมลูก
– ผู้ที่แพ้ยาชา จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
– ผู้ที่มีโรคประจำตัว HIV, ไวรัสตับอักเสบ B/C

สาเหตุผมร่วงในผู้หญิง เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน…

#สาเหตุผมร่วงในผู้หญิง เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน… 

#ความผิดปกติของโฮร์โมน. 

ที่ทำให้การสร้างฮอร์โมน DHT มีมากขึ้น หรือที่ทำฮอร์โมนเพศเกิดการเสียสมดุล ก่อให้เกิดการ ผมร่วง ศีรษะล้าน

#ภาวะผมร่วงหลังคลอด

พบได้หลังคลอดตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป และมักจะอยู่นานถึง 6-12 เดือน สามารถหายเองได้โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา

#ขาดสารอาหารที่จำเป็นการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเส้นผม

เช่น ขาดวิตามินบี ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก โปรตีน หรือกรดไขมันจำเป็นบางชนิด

#ทานยาคุมกำเนิด 

ยาคุมกำเนิดเป็นฮอร์โมนเพศแบบหนึ่ง จึงทำให้สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป สามารถทำให้เกิดอาการผมร่วงได้

#มีโรคประจำตัว 

ผลข้างเคียงของการมีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคของต่อมไทรอยด์ โลหิตจาง โรคตับ โรคไต โรคแพ้ภูมิตัวเอง

อายุเท่าไหร่ถึงปลูกผมได้ และต้องไม่เกินเท่าไหร่ ?!

#อายุเท่าไหร่ถึงปลูกผมได้ และต้องไม่เกินเท่าไหร่ ?! 

โดยทั่วไปผู้ชายที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ (androgenic alopecia) จะเริ่มมีปัญหาผมร่วงจนล้าน ได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ขึ้นกับความรุนแรงของอิทธิพลฮอร์โมนเพศและกรรมพันธุ์

#อายุที่แนะนำให้ปลูกผม ไม่มีกฎตายตัว

แต่ไม่แนะนำให้ปลูกผมในคนที่อายุน้อยมากและผมบางแค่ระยะเริ่มต้น เพราะในอนาคตมีโอกาสที่ผมจะร่วงต่อไปเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสต้องปลูกซ้ำสูง คนไข้ที่ผมเริ่มบางแต่ยังไม่ถึงระยะล้าน สามารถเริ่มการรักษาด้วย การรับประทานยา ทายา ฉีดPRPบำรุงรากผม หรือใช้แสงเลเซอร์กระตุ้น เพื่อชะลอให้รากผมไม่หลุดร่วงจนถึงระยะล้าน

#ส่วนอายุที่มากสุดที่สามารถปลูกได้ นั้นก็ไม่มีตัวเลขชัดเจน

แพทย์จะพิจารณาจากสุขภาพของคนไข้ โรคประจำตัว รวมถึงความแข็งแรงของเส้นผมด้านหลัง ประกอบกัน
หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานที่คุมได้ไม่ดี โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอาจจะไม่เหมาะกับการเข้ารับการปลูกผม เพราะจะเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง
แต่ในกรณีอายุเริ่มเยอะ เช่น เกิน 50+ปี แต่ไม่มีโรคประจำตัวเลย ดูแลตัวเองดีมาตลอด ผมด้านหลังมีปริมาณพอเหมาะกับการเข้ารับการปลูกผม กรณีแบบนี้ ถึงอายุเยอะก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ

พญ. ญาดา สุวรรณสิงห์ (คุณหมอจิ๊บ) 

คุณธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ ( เชฟจากัวร์ )   Top Chef Thailand Season2 ปลูกผมถาวร ด้วยเทคนิค DHI Implanter 

 

ผ่านไปแล้ว 1เดือน กับการย้ายรากผมเทคนิค DHI ของคุณจากัวร์ เชฟมือทองของไทย ซึ่งเดิมคุณจากัวร์เคยผ่านการปลูกผมด้วยเทคนิค FUT มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ต้องการความหนาแน่นที่มากขึ้น และร่นไรผมจากเดิมที่ค่อนข้างสูงให้แคบลงมา แต่เนื่องจากปริมาณผมที่เหลืออยู่ด้านหลังค่อนข้างน้อย ทีมแพทย์จึงตัดสินใจใช้เทคนิค DHI เพื่อปลูกให้ได้ความหนาแน่นสูงสุด ลดการบอบช้ำของกราฟ และที่สำคัญสามารถเพิ่มจำนวนกราฟที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เพียงพอกับพื้นที่ที่ต้องการได้

 

คุณธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ ( เชฟจากัวร์ )  

Top Chef Thailand Season2

ปลูกผมถาวร ด้วยเทคนิค DHI Implanter 

มารู้จักกับเส้นผมกับวงจรชีวิตของเส้นผม (Hair Life Cycle)

มารู้จักกับเส้นผมกับวงจรชีวิตของเส้นผม (Hair Life Cycle)

กว่าผมแต่ละเส้นจะเติบโตต้องผ่านระยะปลูกและงอกเงยตามธรรมชาติถึง 4 ระยะด้วยกัน ดังนี้ 

 

ระยะแรก เรียกว่า ระยะเจริญ หรือ อะนาเจน (Anagen)

ต่อมรากผมจะสร้างเซลล์ซึ่งทำให้เส้นผมงอกขึ้น ยาวขึ้น ช่วงเวลานี้จะอยู่ระหว่าง 3- 7 ปี หลังจากนั้นจะเข้าสู่ผมระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) หรือ ระยะหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม หากระยะเจริญ หรือ อะนาเจนของเส้นผมอยู่ระยะยาวนานเท่าไหร่ ต่อมรากผมก็จะยังสามารถผลิตเส้นผมได้นานมากขึ้น และผมก็จะยาวและหนาแน่นขึ้นได้ แต่หากระยะดังกล่าวสั้นลง เส้นผมจะเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาของการหลุดร่วงของเส้นผมเกิดขึ้นเร็วขึ้น ผมเกิดใหม่ก็จะสั้น และบาง ขาดความแข็งแกร่ง จึงทำให้มีภาวะอาการศรีษะล้านก่อนวัยอันควร

 

ระยะต่อมา เรียกว่า ระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) 

ระยะนี้จะกินเวลาไม่นานนัก จะเป็นช่วงสั้นๆที่ปลายของรากผมจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นผิวหนัง เส้นผมจะเติบโตช้าลงและค่อยๆหยุดที่จะเติบโตไปในที่สุด ในระยะนี้อาจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 1 จากจำนวนเส้นผมทั้งหมดบนหนังศรีษะ โดยในแต่ละเส้นจะมีอายุในช่วงระยะนี้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงเข้าสู่ระยะพัก

 

ระยะพัก เป็นระยะที่ 3 ของวงจรชีวิตผม เรียกว่า (Telogen)

ระยะนี้เป็นระยะที่เซลล์รากผมนั้นตายแล้ว เส้นผมในระยะนี้ จะเตลื่อนและฝังตัวบริเวณใกล้เคียงกับพื้นผิวหนังเพื่อรอการหลุดร่วง พร้อมๆกับกำลังจะมีเส้นผมเกิดใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระยะเจริญ ซึ่งจะมาผฃักให้เส้นผมที่ตายแล้วได้หลุดร่วงออกไป ในกรณีทั่วไปเส้นผมจะร่วงโดยประมาณ 50 ถึง100 เส้นต่อวัน โดยเส้นผมบนหนังศรีษะในระยะนี้จะมีจำนวนประมาณ ร้อยละ 10 ถึง 15 โดยเส้นผมในระยะนี้จะมีอายุอยู่ได้ประมาณไม่เกิน 3 เดือน

 

ระยะสุดท้าย คือ ระยะเริ่มเจริญใหม่ หรือ (Early Anagen)

เมื่อเส้นผมของคนเราหลุดร่วงและงอกขึ้นใหม่ตามวงจรชีวิตของเส้นผมเช่นนี้เรื่อยไปทุกๆวัน แต่เมื่อสูงวัยมากขึ้น วงจรเส้นผมนี้จะมีระยะเวลากระชับสั้นลงเรื่อยๆตามวัยที่สูงขึ้น อันเป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมนั้นอ่อนแอลง เส้นผมงอกใหม่ก็ขาดความแข็งแรงไม่เหมือนเมื่อครั้งอ่อนวัย ดังนั้น เราจึงต้องบำรุงและดูแลรักษาเส้นผม บำรุงลึกถึงรากผม เพื่อสร้างความแข็งแรงและยืดระยะเวลาช่วงอายุของเส้นผมตามวงจรชีวิตเส้นผมให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาสุขภาพที่ดีของเส้นผมไว้ได้นานขึ้น ผมหลุดร่วงช้า ผมก็จะดกดำและหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาผมแก่ อ่อนแอ หงอก เปราะบาง หลุดร่วงไปตามวัยและสุขภาพของแต่ละคน

Hair PRP (Platelet Rich Plasma) รักษาผมร่วง ผมบาง เพิ่มผมหนา

 

PRP คืออะไร?

PRP (platelet rich plasma) คือ พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเกิดจากการนำเลือดไปผ่านกระบวนการพิเศษทำให้สามารถแยกเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นกว่าปกติออกมาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์  
โดยปกติเลือดของเราจะประกอบไปด้วย พลาสมา, เซลล์เม็ดเลือดแดง, เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด  เป็นที่ทราบกันว่า เกล็ดเลือดมีประโยชน์ในแง่ของการแข็งตัวของเลือด แต่นอกจากหน้าที่ดังกล่าว เกล็ดเลือดยังทำหน้าที่เป็น growth factor ที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดจากการบาดเจ็บ  อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดอีกด้วย โดย growth factor ที่พบในเกล็ดเลือดประกอบไปด้วย
• Platelet-derived growth factor (PDGF)
• Transforming growth-factor-beta TGF-b)
• Vascular endothelial growth factor (VEGF)
• Epidermal growth factor (EGF)
• Fibroblast growth factor-2 (FGF-2)
• Insulin-like growth factor (IGF)

 

HAIR PRP ในปัจจุบันสามารถรักษาภาวะผมร่วง ผมบางได้โดย Growth Factor ได้โดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันว่า “เกล็ดเลือดเสต็มเซลล์” สามารถกระตุ้นการหลั่ง Insulin-like Growth Factor เพื่อซ่อมแซม Dermal Papilla ให้กลับมาแบ่งตัวและมีขนาดใหญ่ขึ้น
🌡จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงบริเวณรากผม
🌡ส่งเสริมการแบ่งตัวของเซลล์รอบๆรากผม
🌡กระตุ้นรากผมที่อ่อนแอและรากผมที่กำลังจะตาย ให้กลับมางอกอีกครั้ง
🌡ช่วยให้เส้นผมหนาขึ้น แข็งแรง
🌡ลดการหลุดร่วงให้น้อยลงอีกด้วย  
🌡แก้ปัญหาผมบางได้โดยไม่ต้องผ่าตัดปลูกผม

ขั้นตอนการทำ Hair PRP

ขั้นตอนการทำ HAIR PRP

1. แพทย์ตรวจสภาพผมและหนังศรีษะก่อนเก็บเลือดต
2. เก็บเลือดจากแขนประมาณ 20-30 ml.
3. นำไปปั่นแยกในเครื่องใช้เวลาประมาณ 30นาที
4. ดึงส่วน PRP ซึ่งเต็มไปด้วย Growth Factor ออกมา เพื่อเตรียมการฉีด
5. ฉีด PRP บริเวณหนังศีรษะที่ต้องการกระตุ้น หรือ บริเวณที่ผมบางลง ลักษณะเหมือนการฉีดยาใต้ผิวหนังจึงไม่เกิดแผลที่บริเวณที่ฉีด
6. หลังฉีด PRP อย่าสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ ผมจะดกขึ้น ลูกผมไรผมขึ้น รากผมแข็งแรง

การดูแลหลังทำ PRP

งดสระผมหลังทำ 1วัน และไม่ขยี้ นวด หรือเกา ศีรษะแบบรุนแรง รวมไปถึงการเช็ดผมควรทำอย่างเบาๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังศีรษะที่อ่อนโยน

Laser Hair Regrowth รักษาผมร่วงจากพันธุกรรมด้วยแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ

Laser Hair Regrowth

เป็นการฉายแสงด้วยเลเซอร์ที่หนังศีรษะ ปัจุบันเป็นวิธีที่นิยมนำมารักษาผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีงานวิจัยรับรองว่า แสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำมีผลทำให้เส้นผมมีโปรตีนที่สำคัญในกระบวนการสร้างเส้นผมเพิ่มขึ้น **ผลงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัลที่ 1 ISHRS Poster Awards 2017  โดยการฉายแสงด้วยเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ เป็นระยะเวลา 6เดือน สัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 20-30 นาที สามารถช่วยกระตุ้นรากผมงอกขึ้นมาใหม่ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ส่งผลต่อเซลล์รากผมทำงานได้ดีอีกครั้ง หากนำไปใช้รักษากับผู้ที่ ปลูกผมถาวรแบบไม่ผ่าตัด จะได้ผลลัพท์ที่ดียิ่งขึ้น เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน และการฉายแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ ยังนำใช้ในการรักษาผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บกระดูก รักษาแผลที่หายยาก เลเซอร์ความเข้มข้นต่ำเป็นแสงสีแดงที่มีความเข้มข้นต่ำมาก ไม่มีอันตรายต่อผู้ใช้งาน

 

**ข้อมูลวิจัยจาก https://www.chula.ac.th/news/8714/

Hair shock loss หลังปลูกผมถาวร

ทำไมจู่ๆหลังปลูกผม 2-6 สัปดาห์ ผมที่ปลูกก็ร่วงจนหมด แถมผมเดิมบริเวณใกล้เคียงก็ทยอยร่วงด้วย !!’

ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะภาวะผมร่วงหลังปลูกผม ทางการแพทย์เรียกว่า “ hair shock loss”  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกคนที่ปลูกผม โดยผมที่หลุดร่วงออกมานั้น เป็นเพียงเส้นผมที่เกิดจากการผลัดผมตามวงจรธรรมชาติ แต่รากผมที่ได้รับการปลูกนั้นยังอยู่ปกติ ไม่ได้หลุดออกมาตามเส้นผมนะคะ

และหลังจากผลัดเส้นผมชุดเก่าออกแล้ว ผมชุดใหม่จะทยอยขึ้นเป็นเส้นฝอยเล็กๆ ประมาณ เดือนที่ 3-4 หลังปลูก เดือนที่6 ผมงอกดกเปลี่ยนแปลงชัดเจน และจะยาวเป็นปกติและงอกเต็มที่ ที่ 1 ปีหลังปลูกค่ะ

บางคนกังวลว่าผมที่ร่วงติดมือมานั้นใช่ กราฟรากผมที่ปลูกไปหรือไม่ ให้สังเกตดังนี้ค่ะ โดยปกติรากผมจะฝังตัวบนหนังศีรษะตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรกหลังปลูก โดย 3 วันแรกหลังปลูกจะเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุดที่กราฟจะหลุด ดังนั้น หากผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว เส้นผมที่ร่วงจึงไม่ใช่รากผมแน่นอนค่ะ

นอกจากนั้นการทำ PRP และ เลเซอร์ควบคู่กับการปลูกผม สามารถช่วยลดภาวะ shock loss และยังช่วยกระตุ้นให้รากผมที่ปลูกแข็งแรงอีกด้วยค่ะ

HAIR PRP ทรีทเม้นท์มาแรง แก้ปัญหาตรงจุด

PRP คืออะไร?

PRP (platelet  rich plasma)  คือ พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเกิดจากการนำเลือดไปผ่านกระบวนการพิเศษทำให้สามารถแยกเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นกว่าปกติออกมาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยปกติเลือดของเราจะประกอบไปด้วย พลาสมาเซลล์เม็ดเลือดแดง,  เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด  เป็นที่ทราบกันว่าเกล็ดเลือดมีประโยชน์ในแง่ของการแข็งตัวของเลือด แต่นอกจากหน้าที่ดังกล่าว เกล็ดเลือดยังทำหน้าที่เป็น growth factor ที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดจากการบาดเจ็บ  อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างเส้นผมอีกด้วย โดย growth factor ที่พบในเกล็ดเลือดประกอบไปด้วย

  • Platelet-derived growth factor (PDGF)
  • Transforming growth-factor-beta TGF-b)
  • Vascular endothelial growth factor (VEGF)
  • Epidermal growth factor (EGF)
  • Fibroblast growth factor-2 (FGF-2)
  • Insulin-like growth factor (IGF)

 

PRP สามารถรักษาภาวะผมบาง ผมร่วงได้อย่างไร

โดย growth factor ใน PRP จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงบริเวณรากผม ส่งเสริมการแบ่งตัวของเซลล์รอบๆรากผม และกระตุ้นรากผมที่อ่อนแอและรากผมที่กำลังจะตาย ให้กลับมางอกอีกครั้ง  อีกทั้งยังส่งเสริมให้เส้นผมหนาขึ้น แข็งแรงและหลุดร่วงน้อยลงอีกด้วย  แต่ข้อจำกัดของ  PRP คือไม่สามารถกระตุ้นการเกิดใหม่ของรากผมที่ตายไปแล้วได้  เช่น บริเวณที่ล้านและรูขุมขนได้ปิดไปแล้ว

เริ่มเห็นผลประมาณ 3 เดือนหลังรักษา และเห็นผลเต็มที่ 6 เดือน – 1ปี
** ผลของการรักษาอยู่ได้นาน 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคล

การใช้ PRP แก้ปัญหาความเสื่อมด้อยของสุขภาพด้านต่างๆ เช่น

1. แก้ปัญหาผมร่วง อาการผมบาง โดยการฉีดเข้ารากผม หรือ สะกิดเข้าหนังศรีษะโดยทั่ว จะสามารถลดผมร่วง สร้างผมเกิดใหม่ บำรุงให้รากผมแข็งแรงขึ้น คืนความอ่อนวัยให้ผม ในบางคนพบว่า ชะลอผมขาวได้ด้วย

*เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรทำติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3ครั้งขึ้นไป ภายใต้การดูแลและแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
**ผลลัพธ์การรักษาขึ้นกับแต่ละบุคคล

ทำแล้วผมร่วงน้อยลง ผมใหม่ขึ้นมามากขึ้น ผ่านไป2-3เดือน ทำเพียงเดือนละครั้งดูผมหนาขึ้นสังเกตเห็นได้ เสมือนใช้ปลูกผมใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด

2. ผิวหน้าหมองคล้ำ เหนื่อยล้า จุดด่างดำ กระ ฝ้า รอยเหี่ยวย่น ทำให้ดูสูงอายุ PRP ช่วยได้

ประโยชน์ : ทำให้ริ้วรอย ด่าง ดำ กระ ฝ้า ค่อยๆจางและเลือนไป กระตุ้นคอลาเจนให้สร้างความแข็งแกร่งให้ผิว หน้าจึงสดใส ดูอ่อนวัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เสี่ยงกับสารเคมีใดๆ

3. ใต้ตาเหี่ยว หมองคล้ำ ไม่สดชื่น

ลดอายุใบหน้าด้วย PRP สำหรับแก้ไขปัญหาใต้ตา เหี่ยว หมองคล้ำ คืนความสดใส เต็มเติมอย่างปลอดภัย ปลอดสารเคมี