kesahair.com

จริงหรือไม่? การตัดผมหรือการเล็มปลายผมบ่อยๆ จะทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

จริงหรือไม่? การตัดผมหรือการเล็มปลายผมบ่อยๆ จะทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

การ ตัดผม หรือ การ เล็มปลายผม บ่อยๆ จะทำให้ ผมยาว เร็วขึ้น” เชื่อว่าหลายต่อหลายคนมักจะได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ และคุณเคยสงสัยมั้ยว่าคำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ 

วันนี้ #kesahair มีคำตอบมาฝากทุกคนกันค่ะ

ตัดผม เล็มปลายผม ผมยาวไว

การตัดผมหรือการเล็มปลายผมจะช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เนื่องจากเส้นผมของคนเรางอกออกมาจากเซลล์รากผมบริเวณรูขุมขนบนหนังศีรษะ การตัดผมหรือการเล็มปลายผมจึงไม่ได้ส่งผลต่อรูขุมขนบนหนังศีรษะแต่อย่างใด  แต่ประโยชน์ของการตัดเล็มผมอยู่เสมอจะช่วยลดการแตกปลายของเส้นผม ทำให้เส้นผมดูสุขภาพดี และเงางามขึ้น  ดังนั้นแนะนำเล็มปลายผม 1 ซม. ทุกๆ 8 – 10 สัปดาห์ และไม่ต้องกังวลว่าการเล็มผมบ่อยๆจะทำให้ผมสั้นลงนะคะ เพราะโดยปกติเส้นผมของคนเรานั้นจะยาวประมาณ 1 ถึง 1.5 ซม. ต่อเดือน ดังนั้นถึงแม้จะตัดเล็มผมประจำ ผมก็ยังยาวออกมาเรื่อยๆค่ะ

รู้หรือไม่? วิตามินบางชนิดสามารถช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นได้ วิตามินเหล่านั้นได้แก่ ซิงค์ ไบโอตินและซิลิกา ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดบริเวณรากผม และกระตุ้นการงอกของเส้นผม ส่งผลให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็ว นอกจากรับประทานวิตามินเสริมและอย่าลืมรับประทานให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายและสุขภาพผมดีไปพร้อมๆ กันนะคะ

Kesahair มีเคล็ดลับการดูแลเส้นผมให้ยาวอย่างได้ผลมาแนะนำทุกคนกันค่ะ >>> ผมหายอยากได้คืน

แต่สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อย่ารอให้ปัญหาขยายกว้าง เพียงแก้ปัญหาให้ถูกจุด เกศา แฮร์โซลูชั่น คลินิกของเรา ยินดีช่วยดูแล แก้ไขปัญหาเส้นผมให้ทุกท่านได้ทุกสาเหตุ ช่วยกู้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ดังเดิมได้ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน อย่าลืมลองเข้ามาปรึกษากันดูนะคะ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเส้นผม

-คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
-ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
-เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
-ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
-1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวงจรเส้นผม

ระยะแรก เรียกว่า ระยะเจริญ หรือ อะนาเจน (Anagen)

ต่อมรากผมจะสร้างเซลล์ซึ่งทำให้เส้นผมงอกขึ้น ยาวขึ้น ช่วงเวลานี้จะอยู่ระหว่าง 3- 7 ปี หลังจากนั้นจะเข้าสู่ผมระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) หรือ ระยะหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม หากระยะเจริญ หรือ อะนาเจนของเส้นผมอยู่ระยะยาวนานเท่าไหร่ ต่อมรากผมก็จะยังสามารถผลิตเส้นผมได้นานมากขึ้น และผมก็จะยาวและหนาแน่นขึ้นได้ แต่หากระยะดังกล่าวสั้นลง เส้นผมจะเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาของการหลุดร่วงของเส้นผมเกิดขึ้นเร็วขึ้น ผมเกิดใหม่ก็จะสั้น และบาง ขาดความแข็งแกร่ง จึงทำให้มีภาวะอาการศรีษะล้านก่อนวัยอันควร

ระยะต่อมา เรียกว่า ระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) 

ระยะนี้จะกินเวลาไม่นานนัก จะเป็นช่วงสั้นๆที่ปลายของรากผมจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นผิวหนัง เส้นผมจะเติบโตช้าลงและค่อยๆหยุดที่จะเติบโตไปในที่สุด ในระยะนี้อาจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 1 จากจำนวนเส้นผมทั้งหมดบนหนังศรีษะ โดยในแต่ละเส้นจะมีอายุในช่วงระยะนี้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงเข้าสู่ระยะพัก

ระยะพัก เป็นระยะที่ 3 ของวงจรชีวิตผม เรียกว่า (Telogen)

ระยะนี้เป็นระยะที่เซลล์รากผมนั้นตายแล้ว เส้นผมในระยะนี้ จะเตลื่อนและฝังตัวบริเวณใกล้เคียงกับพื้นผิวหนังเพื่อรอการหลุดร่วง พร้อมๆกับกำลังจะมีเส้นผมเกิดใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระยะเจริญ ซึ่งจะมาผฃักให้เส้นผมที่ตายแล้วได้หลุดร่วงออกไป ในกรณีทั่วไปเส้นผมจะร่วงโดยประมาณ 50 ถึง100 เส้นต่อวัน โดยเส้นผมบนหนังศรีษะในระยะนี้จะมีจำนวนประมาณ ร้อยละ 10 ถึง 15 โดยเส้นผมในระยะนี้จะมีอายุอยู่ได้ประมาณไม่เกิน 3 เดือน

ระยะสุดท้าย คือ ระยะเริ่มเจริญใหม่ หรือ (Early Anagen)

เมื่อเส้นผมของคนเราหลุดร่วงและงอกขึ้นใหม่ตามวงจรชีวิตของเส้นผมเช่นนี้เรื่อยไปทุกๆวัน แต่เมื่อสูงวัยมากขึ้น วงจรเส้นผมนี้จะมีระยะเวลากระชับสั้นลงเรื่อยๆตามวัยที่สูงขึ้น อันเป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมนั้นอ่อนแอลง เส้นผมงอกใหม่ก็ขาดความแข็งแรงไม่เหมือนเมื่อครั้งอ่อนวัย ดังนั้น เราจึงต้องบำรุงและดูแลรักษาเส้นผม บำรุงลึกถึงรากผม เพื่อสร้างความแข็งแรงและยืดระยะเวลาช่วงอายุของเส้นผมตามวงจรชีวิตเส้นผมให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาสุขภาพที่ดีของเส้นผมไว้ได้นานขึ้น ผมหลุดร่วงช้า ผมก็จะดกดำและหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาผมแก่ อ่อนแอ หงอก เปราะบาง หลุดร่วงไปตามวัยและสุขภาพของแต่ละคน

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัท เกศา กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

ผู้สูงอายุปลูกผม ผลลัพธ์จะเหมือนวัยรุ่นไหม?

ผู้สูงอายุปลูกผม ผลลัพธ์จะเหมือนวัยรุ่นไหม?

ผู้สูงอายุปลูกผม หรือ ผู้ชายในวัยสูงอายุ ที่กำลังเผชิญกับปัญหา “ผมร่วง” สามารถมั่นใจได้ว่าอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการปลูกผมแต่อย่างใด ไม่มีคำว่า “แก่เกินไป” ที่จะรักษาด้วยการปลูกผม ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถรักษาอาการผมร่วงด้วยการปลูกผมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย อาทิ กรรมพันธุ์ ปริมาณเส้นผม และโรคประจำตัวต่างๆ

ผู้สูงอายุปลูกผม

🔴 เมื่อผู้ชายวัยสูงอายุตัดสินใจปลูกผม

ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปอาจจะมีความคาดหวังผลลัพธ์ในการปลูกผม ให้ย้อนวัยกลับไปเหมือนตอนช่วงอายุ 20 ปี แต่ความเป็นไปได้นั้น ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการผมร่วงและช่วงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการปลูกผมและต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 3 ด้านดังนี้

  • ระดับความรุนแรงของศีรษะล้านและปริมาณเส้นผมที่เหลืออยู่

ปริมาณเส้นผมของคนไข้ ถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด อายุที่มากขึ้น ผมที่เหลืออยู่ตามธรรมชาติจะมีปริมาณน้อยกว่าช่วงวัยหนุ่ม และผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาผมบางศีรษะล้านที่รุนแรงมากกว่า  ทำให้การแก้ปัญหาด้วยการปลูกผม จะต้องคำนึงถึงปริมาณผมที่เหลือ หากปริมาณผมมีน้อย จะต้องมีการออกแบบ hair line และใช้ความหนาแน่นที่ล้อไปกับปริมาณผมที่เหลืออยู่นั่นเอง 

  • การออกแบบ Hair line

การออกแบบทรงผมในผู้สูงอายุ แพทย์จะมีการออกแบบทรงผม เน้นความธรรมชาติให้เข้ากับช่วงอายุนั้นๆ เช่น การกำหนดทรงผมที่สูงขึ้นเล็กน้อย และใช้ความหนาแน่นที่พอดี ให้เข้ากับความหนาแน่นของผมเดิมของคนไข้ เพราะอายุที่มากขึ้น ความหนาแน่นของเส้นผมก็จะเริ่มน้อยลง  แต่ในบางรายที่ต้องการทรงผมที่ดูย้อนวัยมากๆ ก็สามารถทำได้หากปริมาณผมด้านหลังเพียงพอ 

  • โรคประจำตัว

ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งต้องรับประทานยารักษาต่อเนื่อง การปลูกผมถือเป็นการผ่าตัดเล็กที่ค่อนข้างปลอดภัย หากมีโรคประจำตัวแต่รับประทานยาต่อเนื่อง ควบคุมตัวโรคได้ดี ก็ไม่ถือเป็นข้อห้ามในการปลูกผม แต่อย่างไรก็ตามหากมีโรคประจำตัวแนะนำให้แจ้งแพทย์และนำยาที่รับประทานอยู่มาให้แพทย์ดูด้วย เพื่อวางแผนการปลูกผมให้มีความปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง  

สำหรับผู้ชายอาการผมร่วงผมบางสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยสูงอายุ จากรายงานข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่เลือกที่จะรักษาอาการผมร่วงด้วยตนเอง เช่นซื้อแชมพูลดผมร่วง และเซรั่มตามท้องตลาดมาใช้แก้ปัญหาผมร่วง จนปัญหาผมร่วงผมบางลุกลามไปเรื่อยๆจนเกิดพื้นที่ล้านจนต้องมาปลูกผม ซึ่งจริงๆแล้วปัญหาผมร่วงผมบางถือเป็นปัญหาสุขภาพทางการแพทย์ที่สามารถรักษาได้ ดังนั้นแนะนำรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ และรักษาอย่างต่อเนื่องกับแพทย์ จะช่วยให้คุณผู้ชายมีบุคลิกที่ดีและมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น 

เห็นไหมคะ ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุไหนก็สามารถเข้ารับการรักษาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ด้วยการปลูกผมได้ อย่ารอให้ปัญหาขยายกว้าง เพียงแก้ปัญหาให้ถูกจุด เกศา แฮร์โซลูชั่น คลินิกของเรา ยินดีช่วยดูแล แก้ไขปัญหาเส้นผมให้ทุกท่านได้ทุกสาเหตุ ช่วยกู้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ดังเดิมได้ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน อย่าลืมลองเข้ามาปรึกษากันดูนะคะ

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัท เกศา กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : ปลูกผมคนในเครื่องแบบ

ผมมัน ทำไงดี?

ผมมัน ทำไงดี?

ผมมัน หรือ หัวมัน (Oily scalp) เป็นปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และความมั่นใจ “หัวมันเยิ้ม  เพิ่งสระผมไปตอนเช้า ตกเย็นผมมันแล้ว เหมือนคนไม่สระผม ผมลีบแบนตลอดเวลา ดูเป็นคนผมบางไปเลย”

ผมมันง่าย ผมมันมาก ผมมัน หัวมัน

สาเหตุผมมันง่ายเกิดจากต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะผลิตไขมันจากธรรมชาติออกมามากผิดปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ธรรมชาติต่อมไขมันของแต่ละบุคคล, ลักษณะเส้นผมตรงและเส้นเล็ก จะมีโอกาสพบปัญหาผมมันได้มากกว่าบุคคลที่มีผมเส้นหนาหรือหยิกหยักศก,  พฤติกรรมการสระผม เช่นการสระผมห่างเกินไป หรือสระผมถี่เกินวันละ 1 ครั้ง, การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมชะล้างรุนแรง เป็นต้น

คำแนะนำเพื่อป้องกันภาวะผมมัน/หัวมัน

  1. หากผมมันมาก แนะนำสระผมทุกวัน เพื่อสุขอนามัยและดูสะอาด แต่ไม่ควรสระผมเกิน 1 ครั้ง/วัน เนื่องจากการสระบ่อยเกินไป จะเป็นการกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ผมมันได้
  2. ไม่ควรหวีผมบ่อย ควรหวีเพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น
  3. ไม่ควรสระผมด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะทำให้หนังศีรษะแห้ง ส่งผลให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้น
  4. หากใช้ครีมนวด ให้ใช้เฉพาะส่วนของเส้นผม หลีกเลี่ยงการใช้บริเวณหนังศีรษะ เนื่องจากหากล้างไม่สะอาด จะทำให้ผมมันเร็วมากขึ้น
  5. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เนื่องจากการตกค้างของผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะส่งผลให้ผมมันและร่วงได้
  6. เลือกแชมพูสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากสารชะล้างรุนแรง เช่น SLS/SLES เนื่องจากการชะล้างที่รุนแรงจะทำให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมาทดแทน ส่งผลให้ผมมันได้
  7. เลือกแชมพูที่สามารถคุมความมันของหนังศีรษะได้ เช่น แชมพูที่มีส่วนผสมของ 2% คีโตโคนาโซล ,ซาลิไซลิก แอซิด 
  8. รับประทานวิตามินที่มีส่วนช่วยปรับสมดุลต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะ เช่น หญ้าหางม้า 

ผมมันง่าย ผมมันมาก ผมมัน หัวมัน

 

เทคนิคการสระผมที่ช่วยลดปัญหาผมมัน/หัวมัน

  1. ล้างน้ำเปล่าที่ศีรษะและเส้นผมอย่างน้อย 1-2 นาที
  2. ตีแชมพูให้เกิดฟองแล้วค่อยนำฟองมาสระผม เนื่องจากการบีบแชมพูลงบนหนังศีรษะแล้วขยี้ จะเป็นการกระตุ้นต่อมไขมันและเป็นการทำร้ายเส้นผม ทำให้ผมหลุดร่วงมากขึ้น
  3. ใช้ปลายนิ้วนวดคลึงให้ทั่วศีรษะเบาๆ ไม่เกาหรือขยี้แรงๆ
  4. หมักแชมพูที่ช่วยลดอาการหนังศีรษะมันอย่างน้อย 3-5 นาทีก่อนล้างออก เพื่อให้แชมพูออกฤทธิ์
  5. ล้างออกด้วยน้ำเปล่าตามทิศทางผม เน้นบริเวณท้ายทอย ที่มักจะมีแชมพูตกค้าง ทำให้เกิดอาการคัน และสิวบริเวณท้ายทอย
  6. เช็ดผมให้แห้ง ใช้ลมเย็นเป่าจนแห้งสนิท ไม่ควรใช้ลมร้อน และไม่ควรปล่อยผมให้เปียกชื้นเพราะจะทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

ผมมันง่าย ผมมันมาก ผมมัน หัวมัน

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัท เกศา กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : โรคผมร่วงเป็นหย่อม Alopecia Areata

โรคผมร่วงเป็นหย่อม Alopecia Areata

โรคผมร่วงเป็นหย่อม Alopecia Areata

โรคผมร่วงเป็นหย่อม

โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไปทำลายเซลล์รากผมของตัวเอง (Autoimmunity) ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดได้อย่างไร ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม อาจจะมีหย่อมเดียว หรือหลายๆหย่อมก็ได้ และสามารถเกิดได้กับรากผมหรือขนทุกส่วนของร่างกาย เช่น ขนตา ขนคิ้ว ขนรักแร้ และขนหัวหน่าว  ในรายที่มีอาการมาก คือ ผมร่วงทั้งศีรษะ (Alopecia Totalis) มีขนบริเวณอื่นของร่างกายร่วงจนหมดร่วมด้วย (Alopecia Univesalis) 

โรคนี้อาจพบร่วมกับโรคอื่นๆได้ เช่นโรคภูมิแพ้ โรหอบหืด โรคไทรอยด์ โรคด่างขาว และมีรายงานว่าสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โรคผมร่วงเป็นหย่อมเกิดได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิงเท่าๆกัน สามารถเกิดขึ้นที่ช่วงอายุใดก็ได้ อุบัติการณ์ที่เกิดเฉลี่ยคือ 1 ใน 1000 คน 

 

ลักษณะอาการ

  1. ผมร่วงเป็นหย่อม ขอบเขตชัด เป็นรูปวงกลมหรือวงรี  
  2. บริเวณที่ผิวหนังที่ผมร่วงมีลักษณะเรียบเลี่ยน ไม่มีการอักเสบแดงหรือลอกเป็นขุย
  3. คนไข้บางรายเส้นผมอาจเปลี่ยนเป็นสีขาวร่วมด้วย เนื่องจากโรคนี้มีผลต่อเซลล์ที่สร้างเม็ดสีของผม  
  4. ส่องกล้อง Dermoscope พบเส้นผมขนาดสั้นเรียวเล็กคล้ายเครื่องหมายตกใจ  
  5. ในคนไข้บางรายอาจมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย เช่นเล็บเป็นหลุม พบได้ 10-60%

 

การรักษา 

  1. ผมร่วงเป็นหย่อมสามารถหายเองภายใน 6 เดือน กรณีที่ผมร่วงบริเวณกว้างมักไม่หายเอง ต้องได้รับการรักษา
  2. การรักษามีหลายวิธีขึ้นกับความรุนแรงของตัวโรคและดุลพินิจของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น
    • การฉีดยาบริเวณรอยโรค ทุก 4 – 6 สัปดาห์ ถือว่าเป็นการรักษาหลักในรายที่เป็นไม่มาก
    • ทายากลุ่มสเตียรอยด์ที่มีความแรงระดับปานกลางขึ้นไป
    • ทายากระตุ้นรากผม 3-5% Minoxidil lotion
    • ทายากดภูมิคุ้มกัน เช่น Anthralin, DPCP
    • การฉายแสง UVA
    • การรับประทานยากดภูมิคุ้มกันในรายที่เป็นรุนแรง

 

การพยากรณ์โรค  

ส่วนใหญ่แล้วการพยากรณ์โรคดี ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้

  1. บริเวณผมร่วงเกิน 50% ของพื้นที่หนังศีรษะ 
  2. ผมร่วงทั้งศีรษะ (Alopecia Totalis) หรือผมและขนร่วงทั้งร่างกาย (Alopecia Universalis)
  3. ระยะเวลาการดำเนินของโรคเกิน 1 ปี
  4. มีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย
  5. คนไข้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้ภูมิตัวเองร่วมด้วย
  6. ผมร่วงเป็นแถบบริเวณชายผมโดยรอบ (Ophiasis) 
  7. ประวัติเป็นซ้ำหลายครั้ง
  8. ช่วงอายุที่ผมร่วงเป็นหย่อมเกิดก่อนวัยรุ่น 

 

ข้อแนะนําสำหรับคนไข้

  • คนไข้ 30-50% อาจหายได้เองภายใน 6 เดือน – 1 ปี
  • กรณีต้องเข้ารับการรักษา แนะนำติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคนี้ต้องใช้เวลารักษาอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี
  • เมื่อหายแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หรือมีผมร่วงใหม่บริเวณอื่นได้ 
  • ภาวะการเจ็บป่วยและอาการเครียดอาจกระตุ้นให้เป็นโรคมากขึ้น 
  • หากผมร่วงเป็นรุนแรงแนะนำคนไข้สวมวิก/แฮร์พีชร่วมด้วย

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

ดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงผมร่วง

สายปาร์ตี้ต้องรู้! ดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงผมร่วง

สายปาร์ตี้ต้องรู้ ดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงผมร่วง เชื่อว่าหลายต่อหลายคนรู้ดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงผมร่วง และสามารถนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางร่างกายมากมาย อาทิ ตับอ่อนอักเสบ ปัญหาทางเดินอาหาร โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าคุณเป็นคนดื่มหนักและมีปัญหาผมร่วง แอลกอฮอล์อาจจะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เส้นผมของคุณร่วงมากขึ้นกว่าเดิม

โดย 2 สาเหตุหลักทั่วไปที่พบบ่อยที่สุดและมีเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ถึงสาเหตุของอาการผมร่วง คือ กรรมพันธุ์และความเครียด เนื่องจากผู้ชายศีรษะล้านล้วนมีลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม อีกทั้งยังพบว่าความเครียดก็อาจส่งผลทำให้ผมร่วงและศีรษะล้าน นอกจากนี้หากคุณเป็นคนดื่มหนักและมีปัญหาผมร่วงมาจากปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน

ดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงผมร่วง
สาเหตุหลักของการดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ผมร่วงมีดังนี้

1. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ทำให้ระดับสังกะสีและธาตุเหล็กในร่างกายลดลง สังกะสีและธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม เพราะแร่ธาตุทั้ง 2 ชนิด ถูกนำมาใช้ในกระบวนการสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อรูขุมขนบนหนังศีรษะ หากร่างกายขาดสังกะสีและธาตุเหล็ก จะส่งผลให้การเจริญเติบโตของเส้นผมทำงานผิดปกติ ผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย

2. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก อาจทำให้ระดับกรดโฟลิกลดลง ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับเส้นผมที่แข็งแรงและมีสุขภาพดี ยิ่งไปกว่านั้นแอลกอฮอล์สามารถส่งผลต่อการดูดซึมกรดโฟลิก และเพิ่มการขับกรดโฟลิกในปัสสาวะ โดยการขาดกรดโฟลิกอาจทำให้ผมอ่อนแอและเปราะบางได้

3. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งหมายความว่าจะเพิ่มการผลิตปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้หนังศีรษะเกิดรังแคและผมแห้งเปราะบางได้

4. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ทำให้ตับอักเสบ ส่งผลให้สารพิษสะสมในเลือด และรบกวนการสร้างน้ำดี ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและดูดซึมลดลง ผู้ติดสุราขั้นรุนแรงจำนวนมาก จึงมักประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ทำให้ขาดแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการงอกของเส้นผม ดังนั้นเส้นผมจึงเปราะ แห้ง สีซีด และหลุดร่วงง่าย

5. การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดการบริโภคสารกันบูดและสารเติมแต่งที่มีอยู่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ส่วนประกอบเหล่านี้สามารถส่งผลทางอ้อมต่อเส้นผม สูตรแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่มีสารกันบูดและสารปรุงแต่งที่ใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในเครื่องดื่ม แต่ก็ส่งผลต่อแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ได้อีกด้วย เมื่อแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ลดลง จะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพมากมายที่นำไปสู่การหลุดร่วงของเส้นผมตามมา

6. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จะส่งผลให้นอนหลับยากและเพิ่มความเครียด อีกทั้งยังลดการนอนหลับระยะ REM ซึ่งเป็นระยะการนอนหลับที่มนุษย์ต้องการ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ โดยการนอนหลับที่มีคุณภาพลดลงมักส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยล้า หงุดหงิด และวิตกกังวล นำไปสู่การหลุดร่วงของเส้นผม

หากคุณกำลังประสบปัญหาผมร่วง อันเนื่องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทางออกที่ดีที่สุดคือการงดเว้น หรือมองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีแร่ธาตุสังกะสีและธาตุเหล็ก เพื่อช่วยบำรุงเส้นผม แต่สำหรับใครที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เกินที่จะแก้ไขด้วยวิธีการบำรุงด้วยวิตามินแล้ว แนะนำให้รักษากับคุณหมอ เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดเหมาะกับปัญหาเส้นผมของแต่ละคนค่ะ

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : รู้หรือไม่? บุหรี่ทำให้ผมร่วง!

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด       

       ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด เป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด 19 หลังหายป่วยมักจะเจอปัญหาผมร่วงรุนแรงได้ ภาวะนี้เรียกว่าภาวะผมร่วงทั่วศีรษะ (Telogen Effluvium) เกิดจากการติดเชื้อโควิด ทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและฉับพลัน ส่งผลให้วงจรผมที่เป็นระยะเติบโต (Anagen Phase) เปลี่ยนเป็นผมระยะหลุดร่วง (Telogen Phase) โดยผมระยะหลุดร่วงจะหมดอายุขัยภายใน 3 เดือน แล้วหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะ ซึ่งจะร่วงได้ถึงวันละ 150-700 เส้น ซึ่งมากกว่าปกติที่จะร่วงวันละไม่เกิน 100 เส้น เส้นผมจะเริ่มร่วงชัดเจนหลังเกิดภาวะเจ็บป่วยประมาณเดือนที่ 3 ซึ่งเป็นภาวะเดียวกับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่คลอดบุตรแล้วมีปัญหาผมร่วงหลังคลอดช่วงเดือนที่ 3 นั่นเอง

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

นอกจากโควิด19 แล้ว ยังมีภาวะการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วงทั่วศีรษะได้ ยกตัวอย่างเช่น
1. การเสียเลือดปริมาณมาก
2. หลังคลอดบุตร
3. ภาวะการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ไข้เลือดออก ติดเชื้อในกระแสเลือด
4. ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง
5. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
6. ยาบางประเภท เช่น ยารักษาสิวอนุพัธุ์วิตามินเอ ยารักษาโรคทางจิตเวช ยากันชัก ยาลดความดัน ยาเคมีบำบัด เป็นต้น
โดยทั่วไปผมจะเริ่มร่วงประมาณเดือนที่3 หลังจากเกิดสาเหตุกระตุ้น

       มีรายงานว่าผู้ป่วยที่หายจากการป่วยโควิด-19 เริ่มมีผมร่วงได้เร็วกว่าภาวะเจ็บป่วยอื่นๆ คือเริ่มร่วงได้เร็วสุดตั้งแต่เดือนที่ 1 หลังการเจ็บป่วย และพบทั้งในเพศชายและหญิง ซึ่งสันนิษฐานว่าโรคโควิด19ส่งผลให้ร่างกายมีการหลั่งสารการอักเสบออกมามากกว่าโรคอื่นๆ อีกทั้งโรคโควิดยังทำให้เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดการเจ็บป่วย ส่งผลให้เกิดภาวะผมร่วงทั่วศีรษะ Telogen Effluvium ที่รุนแรงและเกิดได้เร็วมากกว่าภาวการณ์เจ็บป่วยอื่นๆนั่นเอง

       หากใครกำลังมีปัญหาผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด หมอแนะนำว่าไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะภาวะนี้จะค่อยๆดีขึ้นเอง ผมจะร่วงประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้นจะค่อยๆหยุดร่วงและกลับมางอกตามเดิมหลังสาเหตุกระตุ้นหมดไป หากต้องการให้ผมงอกเร็วขึ้น สามารถใช้ยาทากลุ่ม Minoxidil ทาร่วมด้วยได้ในช่วงที่ผมเริ่มหยุดร่วง การทายา Minoxidil อาจจะทำให้เกิดผมร่วงในช่วงแรกๆที่ใช้ยาได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนเนื่องจากไม่ใช่คนไข้ทุกรายที่จำเป็นต้องใช้การรักษาเสริมอื่นๆที่สามารถทำได้คือการรับประทานวิตามินที่ช่วยบำรุงรากผม เช่น ซิงค์ ไบโอติน และธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยให้รากผมแข็งแรงและทำให้วงจรการงอกของเส้นผมกลับมาปกติเร็วขึ้นได้ ส่วนแชมพูไม่สามารถลดผมร่วงจากสาเหตุนี้ได้โดยตรง แต่หากอยู่ในช่วงผมร่วง หมอแนะนำให้เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสารก่อการระคายเคือง เช่น น้ำหอม ซิลิโคน พาราเบน ซัลเฟต ก็จะช่วยถนอมหนังศีรษะและไม่ทำให้ผมร่วงเพิ่มเติมจากการแพ้แชมพูได้

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

       แต่ในรายที่เป็นรุนแรง ผมไม่หยุดร่วงใน 3-6 เดือน  แนะนำเข้ามาพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยแยกจากโรคอื่นๆที่สามารถทำให้เกิดผมร่วงทั่วศีรษะได้เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะพร่องธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ผมร่วงหลังติดเชื้อโควิด

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : 9 อาหารลดผมร่วง

ผงชูรส ทำให้ผมร่วง?

“ผงชูรส ทำให้ผมร่วง” เชื่อว่าหลายๆ คน คงเคยได้ยินประโยคนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นที่ผู้ใหญ่มักห้ามเรา เพียงเพราะไม่อยากให้เรารับประทานผงชูรสมากเกินไป เนื่องจากการรับประทานผงชูรสมากเกินไปจะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมาก ส่งผลต่อโรคต่างๆ ที่จะตามมา เช่น โรคไตเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ

 

ผงชูรส ทำให้ผมร่วง

 

ปัจจุบันยังไม่มีงานวารสารทางการแพทย์หรือวิจัยที่ชี้ชัดว่า “ผงชูรส ทำให้ผมร่วง” แต่อย่างใด หลายต่อหลายคนเอาอาการผมร่วงมาเชื่อมโยงหาสาเหตุจากการกิน ซึ่งความเป็นจริงแล้ว อาการผมร่วงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากกรรมพันธุ์ ภาวะเจ็บป่วยไม่สบาย โรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง โรคแพ้ภูมิตัวเอง รวมไปถึงความเครียด

ดังนั้น ความเชื่อที่บอกว่า ผงชูรส ทำให้ผมร่วง จึง “ไม่เป็นความจริง” เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ทานอาหารให้เต็มที่กันเลย แต่ก็ต้องเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบถ้วนที่จำเป็นต่อร่างกายและเส้นผมด้วยนะครับ

อาหารที่เหมาะกับเส้นผมที่ควรเลือกรับประทาน สามารถอ่านได้ที่ >>> https://www.kesahair.com/9อาหาร หยุดอาการผมร่วง

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

อาหารลดผมร่วง

“อาหารลดผมร่วง” การบำรุงเส้นผมด้วยแชมพูหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ในระยะยาวก็ต้องอาศัยปัจจัยภายใน คือสุขภาพที่แข็งแรงร่วมด้วย เนื่องจากปัญหาผมขาดหลุดร่วง ผมบาง อาจมีสาเหตุมาจากร่างกายที่ไม่แข็งแรง ความเครียด หรือการขาดสารอาหารบางชนิด ซึ่งการจะมีเส้นผมที่แข็งแรง สวย เงางามได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพ รวมถึงอาหารที่เลือกรับประทานด้วย

วันนี้ Kesahair มี 9 อาหารลดผมร่วง ที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง สุขภาพดี มาฝากกันค่ะ

อาหาร หยุดผมร่วง

  1. ไข่

ไข่ อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผม ทั้งโปรตีน วิตามิน D, A และ บี12 ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ และยังมีสารคาโรทีนอยด์ ที่มีส่วนสำคัญในการงอกของเส้นผมอีกด้วย

 

  1. ไขมันจากปลา

ปลาที่มีไขมันชั้นดี ได้แก่  ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาเฮอริ่ง เป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า 3 และประกอบไปด้วย โปรตีน, วิตามิน D3, ซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างดี

 

  1. ถั่ว

ถั่ว อุดมไปด้วยไบโอติน ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและป้องกันผมร่วง

ถั่ว 1/4 ถ้วยมีโปรตีนมากถึง 9 กรัม เส้นใย 4 กรัม และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย

 

  1. ผักโขม

ผักโขม อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โฟลิก และวิตามิน B  ช่วยในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม และซ่อมแซมเส้นผมที่เสียให้กลับมาสวยเงางาม อีกทั้งยังมีวิตามิน C ซึ่งช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ของรูขุมขน

 

  1. อะโวคาโด

อะโวคาโด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อการเจริญเติบโตของสุขภาพเส้นผม เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่ช่วยทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี และยังช่วยมอบความชุ่มชื่นให้กับรูขุมขนบนหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมสำคัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของมาสก์ผมอีกด้วย

 

  1. เมล็ดแฟลกซ์

เมล็ดแฟลกซ์ อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีส่วนช่วยบํารุงหนังศีรษะและป้องกันผมแห้ง

 

  1. มันเทศ

มันเทศ อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นเป็นวิตามิน A ที่ช่วยบำรุงสุขภาพของหนังศีรษะ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยทำให้ออกซิเจนไหลเวียนบำรุงรากผมได้ดีอีกด้วย

 

  1. พริกหวาน

พริกหวาน อุดมไปด้วยวิตามิน C ที่มีส่วนช่วยในการผลิตคอลลาเจน ทําให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเส้นผมจากสาร Oxidative Stress  อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน A ที่ช่วยเร่งการผลิตไขมันและทําให้เส้นผมมีสุขภาพดี

 

  1. หอยนางรม

หอยนางรมอุดมไปด้วยสังกะสี มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมวงจรของเส้นผม

 

นอกจากแร่ธาตุในอาหารแล้ว ปัจจุบันมีการสกัดแร่ธาตุวิตามินต่างๆมาอยู่ในรูปแบบอาหารเสริม ดังนั้นหากต้องการรับประทานอาหารเสริมก็ลองมองหาส่วนผสมตามที่แจ้งข้างต้นมาลองทานร่วมกันได้ คนที่มีโรคประจำตัวอย่าลืมปรึกษาเภสัชกรและแพทย์ก่อนเสมอ  แต่สำหรับใครที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เกินที่จะแก้ไขด้วยวิธีการบำรุงด้วยวิตามินแล้ว แนะนำรักษากับคุณหมอ เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดเหมาะกับปัญหาเส้นผมของแต่ละคนค่ะ

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : ผมร่วงไม่หายซักที อาจเกิดจากภาวะพร่องธาตุเหล็ก!!

ผมหาย อยากได้คืน

ผมหาย อยากได้คืน

“ผมหาย อยากได้คืน” หนึ่งในปัญหาด้านเส้นผมที่ทำให้คนไทยและคนทั่วโลกหลายต่อหลายคนกังวลใจมากที่สุดก็คือ การผมร่วง แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง แต่มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจและบุคลิกอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วงหนัก อยากหาวิธีแก้ผมร่วงที่เหมาะสมและปลอดภัย

ผมหาย อยากได้คืน

วันนี้ Kesahair มีวิธีรักษาผมร่วง โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวคุณเองอย่างได้ผล มาฝากทุกคนกัน

  1. รับประทานอาหารที่ประโยชน์ต่อรากผม เช่น โปรตีนคุณภาพดี, อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ธัญพืช ไข่แดง
  2. เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินในบุหรี่ทำให้ผมร่วงและบางได้
  3. อย่าสระผมบ่อยเกินไป ใช้แชมพูชนิดอ่อนโยน และไม่ควรสระเกินวันละ 1 ครั้ง
  4. อย่าเครียดมาก หาเวลาผ่อนคลาย สร้างรอยยิ้ม หรือออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
  5. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและความร้อนกับเส้นผม รวมทั้งหาเวลาบำรุงเส้นผมบ้าง

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อย่ารอให้ปัญหาขยายกว้าง เพียงแก้ปัญหาให้ถูกจุด เกศา แฮร์โซลูชั่น คลินิกของเรา ยินดีช่วยดูแล แก้ไขปัญหาเส้นผมให้ทุกท่านได้ทุกสาเหตุ ช่วยกู้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ดังเดิมได้ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน อย่าลืมลองเข้ามาปรึกษากันดูนะคะ   

เกร็ดความรู้เส้นผม

–  คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
– ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
– เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
– ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
– 1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น

ดังนั้นการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือแม้กระทั่งการปลูกผม จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง                                

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเส้นผม

ความเครียด ปัญหาสำคัญของอาการผมร่วง

ความเครียด ปัญหาสำคัญของอาการผมร่วง

“ความเครียด ปัญหาสำคัญของอาการผมร่วง” ความเครียดเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของคนเรามากขึ้น แต่ละคนก็จะมีความเครียดที่แตกต่างกันไป ทั้งความเครียดจากการเรียน ความเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากปัญหาส่วนตัว รวมไปถึงความเครียดจากการเจ็บป่วย ซึ่งความเครียดเหล่านี้ล้วนทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้

เนื่องจากเส้นผมของเรานั้น มีความอ่อนไหว ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และฮอร์โมน ดังนั้นความเครียดจึงส่งผลต่อรากผม

 

ความเครียด ผมร่วง

 

โดยอาการผมร่วงที่เกิดจากความเครียด เกิดได้จาก 2 สาเหตุ ดังนี้

  1. Telogen Effluvium เป็นภาวะผมร่วงจากการที่รากผมเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะเป็นจากความเครียดของร่างกายขณะเจ็บป่วย ที่เจอได้บ่อยๆมากในช่วงนี้คือผมร่วงหลังการติดเชื้อโควิด,การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น หลังคลอดบุตร, และความเครียดทางอารมณ์ ซึ่งความเครียดเหล่านี้จะส่งผลทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน รากผมบางส่วนจะหยุดการเจริญเติบโต ส่งผลให้ผมร่วงมากกว่าปกติ 2-3 เท่า
  2. Trichotillomania เป็นภาวะผมร่วงที่เกิดจากดึงผมตัวเอง หากกลุ่มคนเหล่านี้มีความเครียด วิตกกังวล หรือเบื่อหน่าย ก็มักจะมีอาการดึงเส้นผมตัวเองแบบไม่รู้ตัว ส่งผลให้ผมร่วงหายไปเป็นหย่อม หากดึงซ้ำๆมีโอกาสหัวล้านได้ แนะนำผู้ที่มีปัญหาดึงผมตัวเอง ปรึกษาคุณหมอเพื่อรับยากลุ่มคลายกังวล คลายเครียดร่วมด้วย

เมื่อรู้แล้วว่าความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของการผมร่วง แต่ไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นอย่างถาวร หากคุณสามารถจัดการกับปัญหาความเครียดได้ เส้นผมของคุณก็จะกลับมาแข็งแรงดังเดิม แต่ถ้าสังเกตอาการผมร่วงของตนเองแล้วมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ถึงอาการที่เกิดขึ้น เพราะเส้นผมที่ร่วงผิดปกติอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาบางอย่างได้

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเส้นผม

– คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
– ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
– เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
– ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
– 1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น

ระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม

• ระยะ Anagen hair เส้นผม 90% บนหนังศีรษะจะอยู่ในระยะนี้ โดยจะมีอายุขัย 2-3ปี
• ระยะ Catagen&Telogen จะเป็นระยะที่หยุดเจริญเติบโต มีอายุขัย ประมาณ 3 เดือนแล้วหลุดร่วงไป
• ระยะหลังจากผมหลุดร่วง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนกว่าจะมีผมงอกใหม่ให้เห็นด้วยตาเปล่า

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

บทความแนะนำ : ผมหาย อยากได้คืน

สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วง!

สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วง!

“สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วง” บุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวน หรือบุหรี่ไฟฟ้า จะมีสารที่เรียกว่า “นิโคติน” เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสารนิโคตินมีฤทธิ์ในการหดเส้นเลือดทั่วทั้งร่างกาย (vasoconstriction) โดยเฉพาะเส้นเลือดระดับจุลภาค เช่น เส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมอง รวมไปถึงเส้นเลือดที่เลี้ยงรากผม ส่งผลให้การส่งเลือดไปเลี้ยงรากผมลดลง ทำให้รากผมไม่แข็งแรง เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย เกิดปัญหาผมร่วงและผมบางตามมา

การศึกษาและการทำวิจัยในต่างประเทศพบว่า คนที่สูบบุหรี่สามารถเกิดผมร่วง ผมบาง ได้มากกว่าและเร็วกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ คนที่วางแผนปลูกผม คุณหมอจึงแนะนำให้หยุดสูบบุหรี่ทุกชนิด อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการปลูกผม และหลังจากปลูกผมต้องงดสูบบุหรี่ต่ออย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดการหดตัวของเส้นเลือดบริเวณหนังศีรษะ ระยะยาว หากเป็นไปได้คุณหมอจะแนะนำให้เลิกบุหรี่ทุกราย เนื่องจากสารนิโคตินส่งผลให้ผมที่ย้ายมาปลูกมีขนาดเล็กกว่าปกตินั่นเอง

สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วง

รู้แบบนี้แล้ว…ถ้าไม่อยากผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ก็ต้องรีบ ลด ละ เลิก บุหรี่กันได้แล้วนะครับ นอกจากจะส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพเส้นผมอีกด้วย

เกร็ดความรู้เส้นผม

–  คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
– ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
– เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
– ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
– 1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น

ระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม

• ระยะ Anagen hair เส้นผม 90% บนหนังศีรษะจะอยู่ในระยะนี้ โดยจะมีอายุขัย 2-3ปี
• ระยะ Catagen&Telogen จะเป็นระยะที่หยุดเจริญเติบโต มีอายุขัย ประมาณ 3 เดือนแล้วหลุดร่วงไป
• ระยะหลังจากผมหลุดร่วง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนกว่าจะมีผมงอกใหม่ให้เห็นด้วยตาเปล่า

ดังนั้นการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือแม้กระทั่งการปลูกผม จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

https://www.facebook.com/kesahair

บทความแนะนำ : 9 อาหาร หยุดอาการผมร่วง