kesahair.com

ผมบางกลางศีรษะในผู้หญิง (Female Pattern Hair Loss)

       ผมบางกลางศีรษะในเพศหญิง เป็นโรคผมบางชนิดหนึ่ง ทางการแพทย์เรียกว่า  Female patten hair loss  หรือที่เรียกว่า ผมบางที่มีรูปแบบเฉพาะในเพศหญิง หรือบางชื่อเรียกว่า ผมบางพันธุกรรม  โดยโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

สาเหตุ

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าอาจเกิดจากหลายๆสาเหตุรวมกัน, พันธุกรรมผมบางศีรษะล้านในครอบรัว, ภาวะฮอร์โมนเพศชายสูง(Hyperandrogenism) เช่น โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS, เนื้องอกที่รังไข่, เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หรืออาจไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชายก็ได้

การดำเนินของโรค

เริ่มแสดงอาการผมบางได้ 2 ช่วงอายุดังนี้

  • Early onset คือภาวะผมบางเริ่มแสดงอาการในช่วงอายุน้อย มักเริ่มมีอาการผมบางในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุจากภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน เช่นโรคโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS, บางรายไม่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายเกินแต่มีประวัติพันธุกรรมผมบางที่รุนแรง เช่น คนในครอบครัวศีรษะล้านหรือผมบางตั้งแต่อายุยังน้อยเหมือนกัน
  • Late onset คือภาวะผมบางเริ่มแสดงอาการในช่วงอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งกลุ่มนี้มักไม่มีสาเหตุ ไม่ค่อยพบว่ามีภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน และไม่จำเป็นต้องมีประวัติผมบางทางพันธุกรรมก็ได้

อาการ

ส่วนใหญ่ผมจะบางทั่วๆตรงกลางศีรษะโดยแนวผมบริเวณหน้าผากยังปกติ ยกเว้นกรณีผมบางแบบผู้ชาย (frontal type) จะมีผมบางบริเวณง่ามผม ในบางรายอาจมีผมบางมาถึงโซนผมด้านหน้าร่วมด้วยลักษณะคล้ายต้นคริสมาส (Christmas tree pattern) 

กรณีผมบางในผู้หญิงทุกรายต้องเจาะเลือดเพื่อแยกโรคที่สามารถทำให้ผมบางได้เสมอ เช่น ภาวะโลหิตจาง, โรคไทรอยด์ต่ำ, ไทรอยด์เป็นพิษ, โรคแพ้ภูมิตัวเอง, โรคซิฟิลิส, กรณีประจำเดือนมาไม่ปกติต้องอัลตร้าซาวด์เพื่อหาโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS ร่วมด้วย

การรักษา

 

  • Minoxidil รูปแบบทา และ รูปแบบรับประทาน Very low dose

ตัวยา Minoxidil ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดใต้หนังศีรษะ และยืดอายุผมระยะเติบโตได้ ทำให้ผมร่วงลดลง และช่วยให้รากผมกลับมาแข็งแรงขึ้น หากใช้ต่อเนื่อง ผมที่บางจะกลับมามีความหนามากขึ้น หากต้องการให้เส้นผมที่ความแข็งแรงไปตลอด จำเป้นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะหากหยุดใช้ยาเส้นผมจะกลับมาหลุดร่วงและบางเหมือนตอนที่ยังไม่ได้รักษา

  • นวัตกรรมบำรุงรากผมด้วย Growth factor 

สำหรับบางรายที่รักษาด้วยการทายาหรือรับประทานยาและยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการอีกทางเลือกที่สามารถทำควบคู่กับการรักษาหลักคือ PRP/PRF ซึ่งเป็นนวัตกรรมบำรุงรากผมโดยการสกัดเกล็ดเลือดเข้มข้นจากพลาสมา ที่จะทำให้ได้สาร Growth factor จากเลือดของคนไข้เอง แล้วนำมาฉีดบริเวณผมที่บาง โดยการฉีด PRP/PRFเป็นที่ยอมรับและมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าสามารถรักษาปัญหาผมร่วงได้

อีกนวัตกรรมเฉพาะที่คลินิกเวชกรรมเกศาคือ PLACENTECH ซึ่งเป็นการสกัด Growth factor จากห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะทำให้ได้ Growth factor ที่มีความเข้มข้นสูง ผ่านมาตรฐานการแพทย์ นำมาฉีดยังบริเวณที่มีปัญหาผมบาง

แสงเลเซอร์ความถี่ต่ำLow level laser therapy เหมาะกับรายที่มีปัญหาผมร่วงผมบางที่ยังไม่มีศีรษะล้าน โดยกลไกการทำงานคือ แสงเลเซอร์จะปลดปล่อยพลังงานที่จำเพาะกับรากผม ทำให้กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้รากผมแข็งแรง ลดผมร่วง และช่วยรักษาภาวะผมบางได้ โดยปัจจุบันมีการผลิตหมวกเลเซอร์ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยแนะนำทำ 3 ครั้ง/สัปดาห์

ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีหลักแล้วไม่ดีขึ้น ร่วมกับการส่องกล้องแล้วพบว่ารูขุมขนบริเวณดังกล่าวปิดไปแล้ว กรณีนี้จะไม่สามารถทำให้ผมบริเวณนั้นกลับมางอกได้อีก แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การปลูกผมเพื่อย้ายรากผมที่แข็งแรงมาปลูกแทรกบริเวณที่บาง ทำให้ผมดูหนาขึ้นได้ 

  • กรณีมีภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน (Hyperandrogenism)

ต้องรักษาสาเหตุร่วมด้วย เช่น โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS, โรคเนื้องอกที่รังไข่, โรคเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต โดยรักษาควบคู่กับการรักษาผมบางตามที่อธิบายข้างต้น 

ในบางกรณีแพทย์อาจเลือกใช้ยาที่มีผลกับฮอร์โมนเพศชายมาใช้ร่วมด้วย เช่นยาขับปัสสาวะ ยาปรับฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ลดฮอร์โมนเพศชาย (Anti-androgen effect)  เช่นยี่ห้อ Yaz , Yasmin, Justima, Diane, Sucee, Beriz, Belara 

ส่วนยา Finasteride จะพิจารณาในหญิงวัยหมดประจำเดือน เท่านั้น

เป้าหมายของการรักษาโรค 

จุดประสงค์ของการรักษาโรคคือการคงสภาพเส้นผมให้มีการเจริญเติบโตปกติ ชะลอการปิดของรูขุมขนให้นานที่สุด เส้นผมที่บางนั้น แปลว่ายังมีรูขุมขนอยู่ คนไข้ต้องคอยบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นเส้นผมจะค่อยๆบางลงเรื่อยๆจนล้านไปตามอิทธิพลของพันธุกรรม รูขุมขนส่วนที่ปิดไปแล้วจะไม่สามารถทำให้กลับมางอกได้อีก หากพื้นที่ล้านเห็นชัดเจน แพทย์อาจแนะนำการปลูกผมถาวรร่วมด้วย

“คำถามของคนไข้โรคนี้คือ ต้องใช้เวลารักษานานแค่ไหนและหยุดรักษาผมจะกลับมาบางหรือไม่ คำตอบคือ โรคผมบางนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นคนไข้ต้องคอยบำรุงรักษาไปตลอด หากหยุดรักษาผมก็จะกลับมาบางตามเดิม หากปล่อยทิ้งไว้นานๆรูขุมขนก็จะปิดจนเกิดพื้นที่ล้านในที่สุด”

โรคผมบางกลางศีรษะ ไม่สามารถรักษาได้ด้วยแชมพูหรือเซรั่มตามท้องตลาด มีคนไข้หลายรายลองผิดลองถูกกับการรักษาด้วยตนเอง จนผมที่บางกลายเป็นศีรษะล้าน ทำให้ไม่สามารถรักษาได้แล้ว  ดังนั้นหากใครเป็นโรคนี้ หมอแนะนำว่าควรรีบรักษากับแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อคงสภาพเส้นผมให้แข็งแรง เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นและวัยกลางคน กรณีอายุมากและพิจารณาแล้วว่าภาวะผมบางไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ค่อยหยุดรักษาและปล่อยให้ผมบางไปตามพันธุกรรมที่ควรจะเป็นก็ได้ค่ะ

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัทเกศากรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

error: Content is protected !!