kesahair.com

จริงหรือไม่? การตัดผมหรือการเล็มปลายผมบ่อยๆ จะทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

จริงหรือไม่? การตัดผมหรือการเล็มปลายผมบ่อยๆ จะทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

การ ตัดผม หรือ การ เล็มปลายผม บ่อยๆ จะทำให้ ผมยาว เร็วขึ้น” เชื่อว่าหลายต่อหลายคนมักจะได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ และคุณเคยสงสัยมั้ยว่าคำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ 

วันนี้ #kesahair มีคำตอบมาฝากทุกคนกันค่ะ

ตัดผม เล็มปลายผม ผมยาวไว

การตัดผมหรือการเล็มปลายผมจะช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ เนื่องจากเส้นผมของคนเรางอกออกมาจากเซลล์รากผมบริเวณรูขุมขนบนหนังศีรษะ การตัดผมหรือการเล็มปลายผมจึงไม่ได้ส่งผลต่อรูขุมขนบนหนังศีรษะแต่อย่างใด  แต่ประโยชน์ของการตัดเล็มผมอยู่เสมอจะช่วยลดการแตกปลายของเส้นผม ทำให้เส้นผมดูสุขภาพดี และเงางามขึ้น  ดังนั้นแนะนำเล็มปลายผม 1 ซม. ทุกๆ 8 – 10 สัปดาห์ และไม่ต้องกังวลว่าการเล็มผมบ่อยๆจะทำให้ผมสั้นลงนะคะ เพราะโดยปกติเส้นผมของคนเรานั้นจะยาวประมาณ 1 ถึง 1.5 ซม. ต่อเดือน ดังนั้นถึงแม้จะตัดเล็มผมประจำ ผมก็ยังยาวออกมาเรื่อยๆค่ะ

รู้หรือไม่? วิตามินบางชนิดสามารถช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นได้ วิตามินเหล่านั้นได้แก่ ซิงค์ ไบโอตินและซิลิกา ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดบริเวณรากผม และกระตุ้นการงอกของเส้นผม ส่งผลให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็ว นอกจากรับประทานวิตามินเสริมและอย่าลืมรับประทานให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายและสุขภาพผมดีไปพร้อมๆ กันนะคะ

Kesahair มีเคล็ดลับการดูแลเส้นผมให้ยาวอย่างได้ผลมาแนะนำทุกคนกันค่ะ >>> ผมหายอยากได้คืน

แต่สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อย่ารอให้ปัญหาขยายกว้าง เพียงแก้ปัญหาให้ถูกจุด เกศา แฮร์โซลูชั่น คลินิกของเรา ยินดีช่วยดูแล แก้ไขปัญหาเส้นผมให้ทุกท่านได้ทุกสาเหตุ ช่วยกู้ปัญหาผมเสียให้กลับมาสวยได้ดังเดิมได้ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน อย่าลืมลองเข้ามาปรึกษากันดูนะคะ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเส้นผม

-คนปกติมีเส้นผมบนหนังศีรษะ 90,000-140,000 เส้น (เฉลี่ยประมาณ 100,000 เส้น)
-ผู้ใหญ่ผมยาวได้วันละประมาณ 0.35 มิลลิเมตร ดังนั้น 1 เดือนจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
-เด็กผมยาวเร็วกว่าผู้ใหญ่ โดยจะยาววันละ 0.41 มิลลิเมตร และผู้หญิงผมยาวเร็วกว่าผู้ชาย 0.02 มิลลิเมตร/วัน
-ในคนปกติผมร่วงได้ไม่เกิน 100 เส้น แต่ถ้าวันไหนสระผม อาจร่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือไม่เกิน 200 เส้น/วัน
-1 รากผมจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1-4 เส้น

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวงจรเส้นผม

ระยะแรก เรียกว่า ระยะเจริญ หรือ อะนาเจน (Anagen)

ต่อมรากผมจะสร้างเซลล์ซึ่งทำให้เส้นผมงอกขึ้น ยาวขึ้น ช่วงเวลานี้จะอยู่ระหว่าง 3- 7 ปี หลังจากนั้นจะเข้าสู่ผมระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) หรือ ระยะหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม หากระยะเจริญ หรือ อะนาเจนของเส้นผมอยู่ระยะยาวนานเท่าไหร่ ต่อมรากผมก็จะยังสามารถผลิตเส้นผมได้นานมากขึ้น และผมก็จะยาวและหนาแน่นขึ้นได้ แต่หากระยะดังกล่าวสั้นลง เส้นผมจะเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาของการหลุดร่วงของเส้นผมเกิดขึ้นเร็วขึ้น ผมเกิดใหม่ก็จะสั้น และบาง ขาดความแข็งแกร่ง จึงทำให้มีภาวะอาการศรีษะล้านก่อนวัยอันควร

ระยะต่อมา เรียกว่า ระยะหยุด หรือ คะตาเจน (Catagen) 

ระยะนี้จะกินเวลาไม่นานนัก จะเป็นช่วงสั้นๆที่ปลายของรากผมจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นผิวหนัง เส้นผมจะเติบโตช้าลงและค่อยๆหยุดที่จะเติบโตไปในที่สุด ในระยะนี้อาจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 1 จากจำนวนเส้นผมทั้งหมดบนหนังศรีษะ โดยในแต่ละเส้นจะมีอายุในช่วงระยะนี้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงเข้าสู่ระยะพัก

ระยะพัก เป็นระยะที่ 3 ของวงจรชีวิตผม เรียกว่า (Telogen)

ระยะนี้เป็นระยะที่เซลล์รากผมนั้นตายแล้ว เส้นผมในระยะนี้ จะเตลื่อนและฝังตัวบริเวณใกล้เคียงกับพื้นผิวหนังเพื่อรอการหลุดร่วง พร้อมๆกับกำลังจะมีเส้นผมเกิดใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระยะเจริญ ซึ่งจะมาผฃักให้เส้นผมที่ตายแล้วได้หลุดร่วงออกไป ในกรณีทั่วไปเส้นผมจะร่วงโดยประมาณ 50 ถึง100 เส้นต่อวัน โดยเส้นผมบนหนังศรีษะในระยะนี้จะมีจำนวนประมาณ ร้อยละ 10 ถึง 15 โดยเส้นผมในระยะนี้จะมีอายุอยู่ได้ประมาณไม่เกิน 3 เดือน

ระยะสุดท้าย คือ ระยะเริ่มเจริญใหม่ หรือ (Early Anagen)

เมื่อเส้นผมของคนเราหลุดร่วงและงอกขึ้นใหม่ตามวงจรชีวิตของเส้นผมเช่นนี้เรื่อยไปทุกๆวัน แต่เมื่อสูงวัยมากขึ้น วงจรเส้นผมนี้จะมีระยะเวลากระชับสั้นลงเรื่อยๆตามวัยที่สูงขึ้น อันเป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมนั้นอ่อนแอลง เส้นผมงอกใหม่ก็ขาดความแข็งแรงไม่เหมือนเมื่อครั้งอ่อนวัย ดังนั้น เราจึงต้องบำรุงและดูแลรักษาเส้นผม บำรุงลึกถึงรากผม เพื่อสร้างความแข็งแรงและยืดระยะเวลาช่วงอายุของเส้นผมตามวงจรชีวิตเส้นผมให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาสุขภาพที่ดีของเส้นผมไว้ได้นานขึ้น ผมหลุดร่วงช้า ผมก็จะดกดำและหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาผมแก่ อ่อนแอ หงอก เปราะบาง หลุดร่วงไปตามวัยและสุขภาพของแต่ละคน

*บทความลิขสิทธิ์ โดย บริษัท เกศา กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด*

error: Content is protected !!